นอกจากนี้ “มะตูม” พ.อ.อ.พีระพล ชาวเชียงขวาง ยังคว้าอันดับ 2 เวลารวมนักปั่นยอดเยี่ยมเอเชีย หรือ เบสต์เอเชี่ยน และได้อันดับ 5 เวลารวมโอเวอร์ออล ด้วยเวลา 8.11.36 ชั่วโมง ส่วนแชมป์เวลารวมโอเวอร์ออลเป็นของ จูเลียน ทราริเออซ์ เวลา 8.11.12 ชั่วโมง ด้านแชมป์เวลารวมนักปั่นเอเชียได้แก่ เซนบายาร์ แจมบาลแจมท์ นักปั่นมองโกเลียจากทีมตรังกานู โพลีกอน ไซคลิง เวลา 8.11.19 ชั่วโมง
ซึ่งจากผลงานของนักปั่นไทยในรายการนี้ทำให้ทีมชาติไทยได้คะแนนยูซีไอ หรือคะแนนสะสมโอลิมปิกเกมส์เพิ่มอีก 16 คะแนน ขณะที่ประเทศจีนเจ้าภาพได้เพียง 10 คะแนน ล่าสุด คะแนนสะสมของทีมชาติไทยอยู่อันดับที่ 43 มี 833 คะแนน ก็จะได้เพิ่มเป็น 849 คะแนน ส่วนอันดับ 44 ประเทศรวันดา มี 719.66 คะแนน อันดับ 45 ประเทศจีน 718.33 คะแนน ก็จะได้เพิ่มเป็น 728.33 คะแนน โดยทั้ง 2 ประเทศยังตามหลังประเทศไทยอีกกว่า 100 คะแนน
“สำหรับหลักเกณฑ์คัดเลือกประเทศที่ได้ไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 ประเทศที่มีคะแนนสะสมเป็นอันดับ 1-5 ของโลกจะได้โควตานักกีฬาชาติละ 4 คน, อันดับ 6-10 ของโลก จะได้โควตานักกีฬาชาติละ 3 คน, อันดับ 10-20 ของโลก จะได้โควตานักกีฬาชาติละ 2 คน และอันดับ 21-45 ของโลก จะได้โควตานักกีฬาชาติละ 1 คน ดังนั้นจากผลงานของนักปั่นทีมชาติไทยในครั้งนี้ก็เพิ่มโอกาสในการได้โควตาโอลิมปิกเกมส์สูงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทีมนักปั่นไทยจะต้องตระเวนแข่งขันรายการต่าง ๆ เก็บคะแนนสะสมเพิ่มอีก เพื่อรักษาอันดับให้อยู่ในอันดับ 45 ของโลกให้ได้” พลเอกเดชา เหมกระศรี ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (เอซีเอฟ) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าว