"สุดท้ายผมอยากจะบอกว่าถ้าใครสังเกต ตั้งแต่ผมไปเล่นเจลีกผมไม่เคยชอบวิ่งไปดีใจ แม้จะอยากจะวิ่งไปแสดงความดีใจ แต่กลัวตัวเองวิ่งตามแล้วจะเสียแรงเลยเก็บแรงไว้เล่นในเกมดีกว่า และเลือกที่จะชื่นชมหลังจากเพื่อนๆวิ่งกลับตำแหน่งแล้ว ผมเลือกที่จะเซฟแรงตัวเอง จนเป็นที่มาว่าทำไมผมชอบรับบอลแล้วรอเอาบอลวิ่งไปตั้งให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นต่อ เพราะผมอยากเล่นฟุตบอล ที่ไม่ใช่เกมฟุตบอลที่หยุดบ่อยๆนานๆแค่นั้นเอง"
จากนั้น จักรกริช พาละพล แห่งทีม ขอนแก่น ยูไนเต็ด คู่กรณี ก็ออกมาชี้แจงในมุมของตนบ้าง โดยบอกว่า "ว่าจะไม่ใส่ใจอะไรแล้ว แต่ให้ผมได้พูดจากปากของผมบ้าง ทีมผมถูกโดนนำ ผมต้องการวิ่งไปเอาบอลมาเล่น ผมวิ่งไปขอบอลดีๆด้วยซ้ำ ผม:พี่อุ้มผมขอบอลหน่อยครับ แล้วพี่เขาก็มีอาการไม่พอใจใส่ผมที่ผมจะไปเอาบอลมาเล่น แล้วบอลตกลงพื้น เท้าขวาจะเตะบอลสวนขึ้นมา ดีนะตีนไม่โดนหน้าผม ผมก็ไม่อะไร ผมก็วิ่งไปเก็บบอล แล้วพี่เขาก็วิ่งมาชนด้านหลังของผม แล้วก็บอกผม อย่าแอ็คไอ้เหี้__ ติดทีมชาติยิงลูกเดียวอย่าแอ็ค ผมก็ยอมรับแบบลูกผู้ชายผมก็เลยพูดด่าสวนพี่เขาไปเหมือนกันครับ แล้วหลังจากนั้นก็อย่างที่เห็นเลยครับ"
"ผมถามดีกลับคำพูดที่พูดออกมาจากปากคนที่เขายกย่องนับถือคุณมากมายขนาดนี้ คุณคิดมันดีแล้วเหรอ คุณก็มีชื่อเสียงคนยกย่องสรรเสริญคุณเยอะผมรู้ แต่การให้เกียรติเพื่อนร่วมอาชีพกับคำพูดแบบนี้ มันสมควรไหมครับ แล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ เอาบอลไปตั้งเล่นต่อ ในสนามเดินผ่านผมยังพูดแซะผมตลอดเวลา ผมก็ไม่สนใจ คุณพูดอะไรรู้อยู่แก่ใจครับ"
"คุณอย่าคิดว่าคุณแน่คุณเหนือกว่าคนอื่นใครผมไม่สนหรอกว่าคุณจะเก่งล้นฟ้ามีหน้ามีตามีคนยกย่องสรรเสริญคุณเยอะแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่ให้เกียรติคนอื่น คนอื่นก็ไม่ให้เกียรติคุณเหมือนกัน สำหรับผมไม่ว่าจะพี่จะน้องหรือใครผมให้เกียรติทุกคน"