เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะปมปืนท่วมไทย 10 ล้านกระบอก ย้อนช่องโหว่ปืนสวัสดิการ

10 ส.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะปมปืนท่วมไทย 10 ล้านกระบอก ย้อนช่องโหว่ปืนสวัสดิการ

เปิดสถิติปืนท่วมไทยทะลัก 10 ล้านกระบอก ครองแชมป์อันดับ 1 อาเซียน เฉลี่ยคนไทย 7 คนมีปืน 1 กระบอก ย้อนรอยช่องโหว่ปืนสวัสดิการต้นเหตุปืนเถื่อนเกลื่อนเมือง หลังเกิดเหตุกราดยิงซ้ำซาก

เปิดสถิติปืนท่วมไทยทะลัก 10 ล้านกระบอก ครองแชมป์อันดับ 1 อาเซียน เฉลี่ยคนไทย 7 คนมีปืน 1 กระบอก ย้อนรอยช่องโหว่ปืนสวัสดิการต้นเหตุปืนเถื่อนเกลื่อนเมือง หลังเกิดเหตุกราดยิงซ้ำซาก

KEY

POINTS

  • สถิติสุดช็อกครองแชมป์อาเซียน: ไทยมีปืนในครอบครองกว่า 10.4 ล้านกระบอก (เป็นปืนเถื่อนกว่า 4 ล้านกระบอก) สูงสุดในอาเซียน โดยมีอัตราส่วนประชากรทุก 7 คนต่อปืน 1 กระบอก
     
  • เจาะช่องโหว่ปืนสวัสดิการ: จุดเปลี่ยนสำคัญปี 2551 คลายกฎเหล็กผ่อนผันให้โอนปืนได้หลังครอบครองครบ 5 ปี ส่งผลให้อาวุธทะลักเข้าสู่ระบบ เกิดการเก็งกำไรและกระจายสู่บุคคลทั่วไป
     
  • ยกระดับมาตรการคุมเข้ม: กระทรวงมหาดไทยสั่งงดออกใบอนุญาตพกพา (ป.12) เป็นเวลา 1 ปี พร้อมเร่งสังคายนากฎหมายคุมการซื้อ (ป.3) เพื่อเร่งแก้ปัญหาปืนสะสมในบ้านเรือน

10 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤต ปืนท่วมไทย หลังพบปริมาณอาวุธปืนครอบครองทะลักกว่า 10 ล้านกระบอก สูงเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และติดอันดับ 13 ของโลก ชี้ชนวนเหตุจากโศกนาฏกรรมเหตุกราดยิงซ้ำซาก ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นสำคัญจากการผ่อนคลายกฎหมายและช่องโหว่ ปืนสวัสดิการ ในอดีต จนนำไปสู่ปัญหา ปืนเถื่อน ระบาดหนัก นำมาสู่มาตรการล่าสุดของกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งงดใบอนุญาตพกพา เพื่อยกระดับการ คุมเข้มปืน สกัดความรุนแรง


จากเหตุโศกนาฏกรรมและเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซากในสังคมไทย ล่าสุดกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญนักเรียนวัย 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนชื่อดังจังหวัดนนทบุรี จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ตามมาด้วยคดีอดีต สส.นนทบุรี บุกยิงนายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตถึงสำนักงาน นำมาสู่คำถามสำคัญที่สังคมกำลังต้องการคำตอบว่า “ทำไมประเทศไทยจึงมีอาวุธปืนจำนวนมาก?”

เปิดสถิติสุดช็อก: คนไทย 7 คน ต่อปืน 1 กระบอก

 

ข้อมูลบ่งชี้ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีอาวุธปืนในครอบครองของพลเรือน รวมแล้วประมาณ 10.3 ถึง 10.4 ล้านกระบอก ตัวเลขนี้ส่งผลให้ไทยครองอันดับ 1 ในอาเซียนที่มีจำนวนปืนมากที่สุด และพุ่งทะยานติดอันดับ 13 ของโลก โดยแบ่งเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายราว 6.2 ล้านกระบอก


และที่น่ากังวลคือ "ปืนเถื่อน" หรือปืนนอกระบบที่มีมากกว่า 4 ล้านกระบอก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร จะพบอัตราส่วนที่น่ากลัวคือ ประชากรทุก 7 คน จะมีปืนครอบครองถึง 1 กระบอก 



เจาะปมปืนท่วมไทย 10 ล้านกระบอก ย้อนช่องโหว่ปืนสวัสดิการ

ย้อนรอยจุดเปลี่ยน: จาก "คุมเข้ม" สู่ "ยุคปืนสวัสดิการทะลัก"

 

หากวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ปืนไหลเข้าสู่สังคมไทยจนท่วมเมือง ต้องย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย ดังนี้:
 

  • ก่อนปี 2550: ประเทศไทยเคยอยู่ในยุคคุมเข้มโควตาร้านค้าและการจัดหามาจำหน่าย แม้มีโครงการปืนสวัสดิการแต่กฎเหล็กคือ "ห้ามโอน" เว้นแต่เป็นมรดกตกทอด ทำให้ปืนมีราคาแพงและจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้มีฐานะหรือข้าราชการเท่านั้น

     
  • ปี 2551-2554 (ยุคมหาดไทย 1 ชวรัตน์ ชาญวีรกูล): เกิดการผ่อนผันโควตานำเข้าปืนสวัสดิการ โดยอ้างเหตุผลเพื่อแก้ปัญหาปืนเถื่อน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการ “คลายกฎเหล็ก” จากห้ามโอนถาวร เปลี่ยนเป็น "ห้ามโอนภายใน 5 ปี" ส่งผลให้ปืนสวัสดิการทะลักเข้าสู่ระบบหลายแสนกระบอก เกิดการเก็งกำไรและโอนต่อให้บุคคลทั่วไปอย่างแพร่หลาย

     
  • ปี 2560-2565 (ยุคมหาดไทย 1 พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา): มีการอนุญาตตามกรอบเดิมอย่างต่อเนื่องจนปริมาณปืนสะสมทะลุ 6 ล้านกระบอก แม้จะมีการนำข้อมูลใบ ป.4 เข้าสู่ระบบดิจิทัลกว่า 5.2 ล้านใบ แต่ยอดสะสมจริงอาจสูงถึง 6.22 ล้านรายการ ในยุคนี้เองที่เกิดเหตุกราดยิงโคราชและหนองบัวลำภู จนสังคมเริ่มตั้งคำถามถึงช่องโหว่ของปืนสวัสดิการและการขาดการตรวจสุขภาพจิตของผู้ครอบครอง

     

มาตรการปัจจุบัน: "อนุทิน" สั่งเบรก ป.12 – คุมเข้มกฎหมายปืน



ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการออกคำสั่งเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นความรุนแรง โดยสั่ง งดออกใบอนุญาตพกพา (ป.12) ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องห้ามเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการพกปืนในที่สาธารณะหากไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาด


นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแก้ไขกฎหมายปืนเพื่อลดการพกพาเชิงสัญลักษณ์ และคุมเข้มการออกใบอนุญาตซื้อ (ป.3) อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเผชิญคือ ปริมาณปืนที่ตกค้างอยู่ในบ้านเรือนประชาชนที่มีสูงกว่า 6.2 ล้านกระบอก ซึ่งเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ หากไม่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ 



นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข่าวล่าสุด