เนชั่นทีวี

ข่าว

ศธ. ยกระดับ “Traffy Fondue” ปราบการบูลลี่-คุกคามทางเพศ ใน รร.

10 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ศธ. ยกระดับ “Traffy Fondue” ปราบการบูลลี่-คุกคามทางเพศ ใน รร.

ศธ. ยกระดับ “Traffy Fondue” ปราบการบูลลี่-คุกคามทางเพศ ใน รร. ดึงส่วนกลางคุมเข้มหากครูละเลย คาดเปิดใช้ ก.ย. นี้

ศธ. ยกระดับ “Traffy Fondue” ปราบการบูลลี่-คุกคามทางเพศ ใน รร. ดึงส่วนกลางคุมเข้มหากครูละเลย คาดเปิดใช้ ก.ย. นี้

KEY

POINTS

  • ศธ.เร่งพัฒนา Traffy Fondue ขยายจากการแจ้งปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน สู่การรับแจ้งเหตุ บูลลี่-คุกคามทางเพศในสถานศึกษา คาดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการภายในเดือน ก.ย.นี้
  • เปิดทางผู้เรียน-ผู้ปกครอง-ประชาชนแจ้งเหตุได้ พร้อมแนบภาพ คลิป หรือข้อความเป็นหลักฐาน และติดตามความคืบหน้าผ่านระบบได้ ขณะที่ข้อมูลผู้แจ้งจะได้รับการคุ้มครองตาม PDPA
  • ส่วนกลางเข้าจัดการโรงเรียนที่เพิกเฉย หากครูหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการแก้ไข ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ สังกัด สป.ศธ. จะส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและใช้อำนาจกำกับติดตาม เพื่อไม่ให้เด็กถูกทอดทิ้งเมื่อเกิดเหตุคุกคามหรือกลั่นแกล้ง

10 สิงหาคม 2569 ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงมาตรการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาและการป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้ง รวมถึงการคุกคามในโรงเรียน โดยระบุว่า ศธ. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเทคโนโลยีการรับแจ้งเหตุผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อขยายขอบเขตการใช้งานให้มากกว่าการรับแจ้งปัญหาเชิงโครงสร้าง หรือ สาธารณูปโภค

 

ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้คนอาจคุ้นชินกับระบบ Traffy Fondue ในมิติด้านกายภาพ เช่น ปัญหาน้ำประปา บันไดชำรุด ไฟฟ้าดับ หรือตู้กดน้ำไฟดูด แต่ในรอบนี้ ศธ. ได้ออกแบบระบบให้ครอบคลุมไปถึง กระบวนการรับแจ้งเหตุการบูลลี่และการคุกคามทางเพศ ในสถานศึกษาด้วย

ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

 

สำหรับรูปแบบการทำงานของระบบใหม่นี้ ผู้เรียนที่ตกเป็นเหยื่อ หรือบุคคลอื่นที่พบเห็นเหตุการณ์ เช่น เพื่อนนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป สามารถส่งหลักฐานภาพถ่าย ภาพการนำรูปไปแขวนประจาน หรือข้อความพูดจาไม่สุภาพในโลกออนไลน์ รวมถึงคลิปวิดีโอ เข้ามาในระบบได้ทันที โดยระบบจะมีการบันทึกและแสดงระยะเวลาการติดตามเรื่องให้ผู้แจ้งเหตุสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้ตลอดเวลา

 

ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ เน้นย้ำว่า เมื่อมีการแจ้งเหตุเข้ามา ปัญหาจะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ภายในโรงเรียนเท่านั้น หากพบว่าคุณครูหรือผู้บริหารโรงเรียนมีการละเลยไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย จะเข้ามาเป็นหน่วยงานกลางในการกระจายเรื่องไปยังแต่ละแท่งการศึกษา ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) รวมถึงหน่วยงานอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เพื่อติดตามถามความคืบหน้า และใช้อำนาจส่วนกลาง กำชับให้ผู้บริหารโรงเรียนเร่งจัดการปัญหาโดยเร็ว

 

ในส่วนของความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้แจ้งเหตุนั้น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. ยืนยันว่า ระบบได้รับการออกแบบให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อไม่ให้มีการเปิดเผยตัวตนหรือหน้าตาของผู้ร้องเรียน

 

"สังคมภายนอกถ้าเห็นเหตุการณ์ ก็สามารถเป็นผู้แจ้งเหตุได้ และถ้าคุณครูหรือโรงเรียนไหนละเลย ส่วนกลางเห็น ส่วนกลางก็จะมีอำนาจไปสั่งการว่าเรื่องนี้ถึงไหน ดำเนินการอย่างไร ดังนั้นน้องๆ จะไม่ถูกโดดเดี่ยว กระทรวงจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาสอดส่อง เพื่อทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น" ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าว

 

สำหรับกรอบเวลาในการดำเนินงาน ผศ.ดร.ลิณธิภรณ์ ระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นแผนงานที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ช่วงเข้า มารับตำแหน่งในกระทรวงศึกษาธิการ แม้การพัฒนาระบบเทคโนโลยีจะต้องใช้เวลาราว 5-6 เดือน แต่ขณะนี้กำลังเร่งรัดกระบวนการให้เร็วที่สุด โดยคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานระบบอย่างเป็นทางการได้ภายใน เดือนกันยายนนี้

 

ข่าวล่าสุด