เนชั่นทีวี

ข่าว

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

10 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้ สั่งเพิ่มป้ายเตือน-ไฟส่องสว่างจุดสร้างทางสงขลา

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้ สั่งเพิ่มป้ายเตือน-ไฟส่องสว่างจุดสร้างทางสงขลา

KEY

POINTS

  • คุมเข้มความปลอดภัย: กำชับเพิ่มป้ายเตือน ไฟส่องสว่าง และปรับแบริเออร์หลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
  • สถิติตำรวจเผย: ผกก.สภ.บางกล่ำเผยยอดอุบัติเหตุ 9 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมขับรถเร็วและทางขรุขระ
  • "สรรเพชญ" ลุยบางกล่ำสั่งเร่งคืนผิวจราจรภายในกันยายนนี้ เน้นความปลอดภัยหลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
     

10 สิงหาคม 2569 ที่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย พล.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร อดีตผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เขต 9 และ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.บางกล่ำ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในช่วงการก่อสร้าง โดยมีการหารือถึงมาตรการเร่งรัดงานก่อสร้างและการเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทาง

 

 

 

“กรมทางหลวงต้องสงวนพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อให้ความมั่นใจและความปลอดภัยมากที่สุด ก่อนที่จะสามารถเปิดใช้งานได้เต็มพื้นที่ 100%” นายสรรเพชญ กล่าว 

 

 

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

 

 

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

 

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

 

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

 

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

 

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

 

"รมช.คมนาคม" ลงพื้นที่บางกล่ำ สั่งกรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจรภายใน ก.ย.นี้

 

 

 

 

 

รมช.คมนาคม ยอมรับว่าโครงการมีความล่าช้าจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการย้ายเสาไฟ High Mast แต่ขณะนี้ได้มีการกำชับจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้กรมทางหลวงเร่งรัดงาน โดยเฉพาะการคืนพื้นที่จราจรให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

 

“ได้สั่งการให้กรมทางหลวงเร่งกำชับผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้คืนพื้นที่จราจร ทำให้เสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้” นายสรรเพชญ กล่าว

 

นายสรรเพชญ ยังระบุว่า ผู้รับเหมาเร่งทำงานอย่างต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ เพื่อให้สามารถเปิดเส้นทางได้เร็วขึ้น เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญที่มีทั้งรถบรรทุกและรถขนส่งสินค้าใช้สัญจรจำนวนมาก โดยได้กำชับให้กรมทางหลวงรับข้อเสนอจากฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ โดยเฉพาะการติดตั้งป้ายเตือนและสัญญาณให้ชัดเจนล่วงหน้าก่อนถึงจุดก่อสร้าง เพื่อให้ผู้ขับขี่ลดความเร็ว

 

“ต้องมีป้ายบอกสัญญาณให้ชัดเจน ว่าข้างหน้ามีการก่อสร้าง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ชะลอความเร็ว” นายสรรเพชญ กล่าว

 

นอกจากนี้ รมช.คมนาคม ยังเสนอให้พิจารณาปรับปรุงแบริเออร์หรือราวกั้นบริเวณสะพานให้มีความสูงเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมระบุว่า เมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ คาดว่าการจราจรประมาณ 90% จะใช้เส้นทางหลักด้านล่าง ขณะที่ทางเบี่ยงด้านบนจะรองรับประมาณ 10%

 

สำหรับระบบไฟ High Mast ขณะนี้ติดตั้งเรียบร้อยและพร้อมใช้งานแล้ว ส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ทั้งกล้องวงจรปิดและสัญญาณไฟจราจร จะต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้เส้นทางมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

นายสรรเพชญ กล่าวถึงงบประมาณโครงการว่า กรมทางหลวงสามารถบริหารจัดการงบประมาณจนดำเนินงานได้ในวงเงินประมาณ 60 ล้านบาท จากกรอบที่ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้มากกว่า 100 ล้านบาท โดยอาจมีบางส่วนที่ต้องเสนอขอรับงบประมาณเพิ่มเติมภายหลัง หลังจากสามารถเปิดเส้นทางให้บริการได้เต็มรูปแบบ

 

“วันนี้เป้าหมายสำคัญคือเร่งคืนพื้นที่จราจรให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ต้องเดินคู่ไปกับเรื่องความปลอดภัย” นายสรรเพชญ กล่าว

 

ด้าน พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.บางกล่ำ เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นเส้นทาง 4124 ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าไปพัทลุง ส่วนขาลงมุ่งหน้าไปหาดใหญ่ โดยนับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 มีการรับแจ้งอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อสร้างจำนวน 9 ราย

 

โดยประมาณ 70-80% มีสาเหตุจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ ทั้งการขับรถเร็ว ขับรถโดยประมาท และการแซงรถคันอื่นแล้วไม่พ้น จนเสียหลักตกลงไปในบริเวณก่อสร้าง ขณะที่อีกกรณีอยู่ระหว่างการสอบสวน หลังผู้สูงอายุรายหนึ่งพาภรรยาเดินทางไปพัทลุง ก่อนเกิดเหตุบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระและมีประเด็นรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเฉี่ยวชนหรือไม่

 

ทั้งนี้ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานผู้รับเหมาให้เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งกรวย แบริเออร์ แท่นปูน ป้ายเตือน และไฟส่องสว่าง โดยเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างจริงจัง จะช่วยลดความเสี่ยงและจำนวนอุบัติเหตุในพื้นที่ได้

ข่าวล่าสุด