"ชีค ยาสซิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี่ ยืนยันการยื่นข้อเสนอขอซื้อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 100 เปอร์เซ็นต์"
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เดลี่เมล์ สื่อท้องถิ่นของอังกฤษ รายงานว่า ถึงแม้จะเป็นราคาเสนอขายที่สูงมาก แต่ล่าสุดก็ยังมีกลุ่มมหาเศรษฐีทุนหนาจำนวนถึง 5 ราย ที่พร้อมจะยื่นข้อเสนอเข้ามาซื้อทีมแมนยูฯอย่างจริงจัง ประกอบด้วย
เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของสหราชอาณาจักร และเป็นผู้สนับสนุนสโมสรแมนยูฯเสมอมา ปัจจุบันเขายังเป็นเจ้าของบริษัทอิเนออส (Ineos) บริษัทยักษ์ใหญ่เคมีภัณฑ์ข้ามชาติของอังกฤษอีกด้วย สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แรทคลิฟฟ์ มีแหล่งเงินทุนสนับสนุนที่จะมีโกลด์แซคส์เข้ามาช่วยบริหารจัดการ
กลุ่มนักลงทุนจากกาตาร์ กลุ่มแรก นำโดย ชีค ทามิม บินฮาหมัด อัลธานี ประมุขของรัฐคนปัจจุบัน
กลุ่มนักลงทุนจากกาตาร์ กลุ่มที่สอง คือบริษัทกาตาร์ สปอร์ตส์ อินเวสเมนต์ กลุ่มทุนที่เป็นเจ้าของสโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในลีกฝรั่งเศส
กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย ที่เคยเป็นข่าวมานานก่อนหน้านี้ ว่าสนใจเข้ามาเป็นเจ้าของแมนยูฯ แต่เชื่อว่าจะเป็นคนละกลุ่มกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เจ้าของสโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คนปัจจุบัน
กลุ่มทุนจากสหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่มีรายละเอียดมากนัก
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าวการขายสโมสรผีแดงมีออกมาเป็นระยะๆ โดยปลายปี 2021 สื่ออังกฤษรายงานว่า ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของทีมแมนยูฯ ตั้งราคาขายทีมเอาไว้เรียบร้อยแล้วที่ราวๆ 4,000 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 1.7 แสนล้านบาท แต่ก็ไม่มีดีลซื้อขายเกิดขึ้นโดยหลายฝ่ายมองว่า ราคาดังกล่าว "สูงเกินไป"
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ (2023) เมื่อตระกูลเกลเซอร์เสนอขายสโมสรในราคา 6,000 ล้านปอนด์ หรือกว่า 7,225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลับมีผู้สนใจเสนอราคาซื้อถึง 5 ราย
นับจนถึงปัจจุบัน ตระกูลเกลเซอร์ครอบครองสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มา 18 ปีแล้ว โดยเมื่อครั้งที่พี่น้องตระกูลนี้ซื้อสโมสรในปี 2005 นั้น พวกเขาใช้เงินซื้อเพียง 955.5 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ขอขอบคุณที่มา: ฐานเศรษฐกิจ