KPI Poll ชี้ คนไทยผวา “ภาพ-คลิป AI” แยกยากสุด
23 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

"สถาบันพระปกเกล้า" เปิดผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 43 ชี้ประชาชนผวาภาพ-คลิป AI แยกยากสุด หนักใจมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตำรวจ จี้รัฐปราบเครือข่ายด่วน
ข่าว
23 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

"สถาบันพระปกเกล้า" เปิดผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 43 ชี้ประชาชนผวาภาพ-คลิป AI แยกยากสุด หนักใจมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตำรวจ จี้รัฐปราบเครือข่ายด่วน
KEY
POINTS
23 ตุลาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความมั่นใจและความคาดหวังของประชาชนต่อการรับมือข่าวปลอมและภัยออนไลน์” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน
โดยจากการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 43 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 9-12 ต.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง มีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. เนื้อหาออนไลน์แบบใดที่แยกว่า “อะไรจริง-อะไรเท็จ” ยากที่สุด ? (สำรวจโดย x LineToday)
ความยากในการตัดสินความน่าเชื่อถือจากสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะภาพและคลิปที่สร้างด้วย AI ต้องพิจารณาควบคู่กับแหล่งที่มาและบริบทของเนื้อหา เพราะการส่งต่อไม่ได้เพียงขยายการมองเห็น แต่อาจเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบด้วย
2. เกือบครึ่งไม่มั่นใจแยกข่าวจริงจากเนื้อหา AI ขณะที่กลุ่มมั่นใจมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน
• 48.4% ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย สูงที่สุด ใกล้เคียงกับ 46.8% ที่ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจมาก และ 4.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
การแยกแยะข่าวสารยังเป็นโจทย์ที่ประชาชนจำนวนมากไม่มั่นใจว่าตนเองรับมือได้ สัดส่วนของกลุ่มมั่นใจและไม่มั่นใจที่ใกล้เคียงกันสะท้อนว่าประชาชนประเมินความพร้อมของตนต่างกัน
3. คนรุ่นใหม่มั่นใจแยกแยะข่าวสารมากกว่า ขณะที่วัยเก๋าไม่มั่นใจสูงสุด
• 56.0% ของกลุ่มอายุ 18–27 ปี (Gen Z) ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจมาก ว่าสามารถแยกข่าวจริงออกจากเนื้อหาที่สร้างหรือบิดเบือนด้วย AI ได้ ขณะที่ 42.2% ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย และ 1.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
• 51.7% ของกลุ่มอายุ 28–43 ปี (Gen Y) ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจมาก ขณะที่ 43.7% ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย และ 4.6% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
การอยู่ในโลกออนไลน์เดียวกัน ไม่ได้หมายถึงความมั่นใจที่เท่ากัน ผลสะท้อนว่า สัดส่วนผู้มั่นใจลดลงตามช่วงอายุ ขณะที่ความไม่มั่นใจเพิ่มขึ้น ดังนั้น ช่องว่างในการรับมือเนื้อหา AI จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกวัย โดยมีระดับความต้องการความช่วยเหลือที่อาจต่างกัน
4. “ปลอมเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่” เป็นภัยออนไลน์ที่กังวลสูงสุด
ความน่ากังวลของภัยออนไลน์อยู่ที่การนำความไว้วางใจมาใช้หลอกลวง ทั้งการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่และการปลอมเป็นคนรู้จัก ชวนให้สังคมตั้งคำถามว่า ตำแหน่งที่กล่าวอ้าง เสียงที่คุ้นเคย หรือใบหน้าที่จำได้ เพียงพอให้เชื่อและทำตามหรือไม่
5. “ปราบเครือข่ายและเร่งดำเนินคดี” แนวทางที่ได้รับเลือกสูงสุด ตามด้วย “แจ้งเตือนและให้ความรู้”
ประชาชนคาดหวังให้ภาครัฐจัดการถึงตัวผู้กระทำและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง ควบคู่กับการช่วยให้ประชาชนรู้ทันอันตรายผ่านการแจ้งเตือนและความรู้ สะท้อนว่า ความปลอดภัยออนไลน์มีทั้งมิติของการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกัน และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกัน
ผลสำรวจสะท้อนทั้งความไม่มั่นใจในการแยกแยะข่าวสาร ความยากในการตรวจสอบภาพ เสียง และตัวตนออนไลน์ ตลอดจนความคาดหวังให้รัฐจัดการเครือข่ายหลอกลวงอย่างจริงจัง ภาครัฐจึงควรเชื่อมการปราบปรามกับการแจ้งเตือนที่เข้าใจง่าย การพัฒนาทักษะตรวจสอบข้อมูลให้เหมาะกับแต่ละวัย และการประสานให้แพลตฟอร์มจัดการบัญชีและโฆษณาหลอกลวง โดยส่งเสริมการตรวจสอบแหล่งที่มาและบริบทของเนื้อหา เพราะการใช้ AI สร้างเนื้อหาเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเนื้อหานั้นเป็นเท็จ
“ความปลอดภัยออนไลน์ต้องมีทั้งผู้ใช้ที่รู้ทัน และการจัดการมิจฉาชีพอย่างจริงจัง”