จากหุ่นยนต์ให้ข้อมูล สู่การฝึกหุ่นยนต์ปฏิบัติงานจริง
นอกเหนือจากการเป็นผู้ช่วยให้ข้อมูลแล้ว SKY ICT ยังมองโอกาสพัฒนาหุ่นยนต์ให้รองรับงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การยกและเคลื่อนย้ายสัมภาระในพื้นที่ปฏิบัติการใต้ท้องอาคารผู้โดยสาร โดยภารกิจนี้ต้องอาศัยการฝึก AI ให้เข้าใจความแตกต่างของกระเป๋า ทั้งขนาด รูปทรง น้ำหนัก ตำแหน่งการวาง และวิธีจับหรือเคลื่อนย้ายอย่างเหมาะสม หุ่นยนต์จึงต้องเรียนรู้ผ่านข้อมูลและการฝึกปฏิบัติ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมจริง
นายสิทธิเดช ระบุว่า การพัฒนาความสามารถเหล่านี้อาจใช้เวลาประมาณ 1–2 ปี เนื่องจากต้องสร้างและทดสอบรูปแบบการใช้งาน (Use Case) ให้พร้อมก่อนนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยได้รับความสนใจจากพันธมิตระดับโลกในอุตสาหกรรมการบินที่จะนำรูปแบบการใช้งานไปพัฒนาตลาดต่อเมื่อเทคโนโลยีมีความพร้อม
แนวทางนี้สะท้อนการพัฒนานวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการนำหุ่นยนต์มาแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยี แต่ต้องพัฒนาความสามารถให้ตอบโจทย์งานที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังมีโอกาสต่อยอดไปสู่ภารกิจด้านความปลอดภัย เช่น การลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง การตรวจสอบบริเวณที่อาจมีวัตถุระเบิด หรือพื้นที่เสี่ยงจากสารกัมมันตรังสี โดยสามารถส่งภาพและข้อมูลกลับไปยังศูนย์ควบคุม ลดความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องเสี่ยงเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่อันตรายโดยตรง ทั้งนี้ การใช้งานในแต่ละภารกิจยังต้องผ่านการพัฒนาและประเมินความเหมาะสมตามเงื่อนไขด้านความปลอดภัย
ผสาน Biometric และ AI เปลี่ยนข้อมูลสนามบินให้เป็นแต้มต่อทางธุรกิจ
ขณะที่ Humanoid Robot เป็นอีกก้าวของการพัฒนาในอนาคต SKY ICT มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการเดินทางของผู้โดยสารอยู่แล้ว โดยเฉพาะระบบชีวมิติ (Biometric) ซึ่งช่วยเชื่อมโยงขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การเช็กอิน การฝากสัมภาระ การตรวจสอบสิทธิผู้โดยสาร ไปจนถึงประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) เพื่อช่วยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความสะดวก และทำให้กระบวนการเดินทางมีความต่อเนื่องมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการของสนามบิน
อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ AI ที่นำมาช่วยจำลองและวิเคราะห์การเคลื่อนตัวของผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก ตลอดจนศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการภายในสนามบิน เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปวางแผนตัดสินใจ จัดสรรพื้นที่ และพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร
ตัวอย่างจากข้อมูลพฤติกรรมผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ นายสิทธิเดช นำเสนอในเวที ที่พบความแตกต่างของพฤติกรรมตามกลุ่มเส้นทางและรูปแบบการเดินทาง โดยผู้โดยสารบางกลุ่มที่เดินทางไปประเทศในเอเชีย เช่น จีนและอินเดีย มีแนวโน้มใช้เวลาบริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ร้านค้าและร้านอาหาร ขณะที่ผู้โดยสารบางส่วนที่เดินทางไปยุโรป เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน เลือกใช้บริการห้องรับรองผู้โดยสารหรือเดินซื้อสินค้าก่อนขึ้นเครื่อง โดยข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพการใช้พื้นที่และบริการของผู้โดยสารที่แตกต่างกัน ที่สามารถนำไปประกอบการวางแผนบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ การจัดบริการ และการบริหารจัดการภายในอาคารผู้โดยสาร ได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรวบรวมข้อมูล แต่กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจลูกค้า วางแผนทรัพยากร และพัฒนาประสบการณ์การเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลที่มีการปรับปรุงทั้งในรูปแบบรายสัปดาห์และตามเวลาจริง ยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
สร้าง AI Academy พัฒนาคนไทย ไม่หยุดแค่การนำเข้าเทคโนโลยี
สำหรับ SKY ICT การพัฒนาหุ่นยนต์ และ AI ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดหาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ การสร้างบุคลากร และการพัฒนาความสามารถด้าน AI และ Robotics ภายในประเทศ
ความร่วมมือกับ AGIBOT จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้เทคโนโลยีและพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานในประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาข้อมูลและกระบวนการฝึก AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของหุ่นยนต์ให้ทำงานได้หลากหลายขึ้น
การสร้าง AI Academy เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้อง เป็นส่วนสำคัญในการสร้างบุคลากรที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูง ต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจได้ในระยะยาว
AI ต้องสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ ยกระดับการแข่งขันของไทย
นายสิทธิเดช มองว่า ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ความแตกต่างระหว่างองค์กรที่สามารถนำ AI มาสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ กับองค์กรที่ยังใช้เทคโนโลยีเพียงระดับพื้นฐาน อาจเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น โดยองค์กรที่เชื่อม AI เข้ากับธุรกิจหลักได้รวดเร็ว ย่อมมีโอกาสเพิ่มผลิตภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
สำหรับภาคธุรกิจ การใช้ AI จึงควรก้าวข้ามจากการนำมาใช้ค้นหาข้อมูล ตอบคำถาม หรือช่วยทำงานประจำ ไปสู่การปรับกระบวนการดำเนินงานทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพบริการ และสร้างโอกาสทางรายได้
โดยมุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของ SKY ICT ซึ่งนำความเชี่ยวชาญด้านระบบสนามบิน มาต่อยอดสู่การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาหุ่นยนต์ เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถทำงานเชื่อมโยงกันและตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจได้มากกว่าเครื่องมือที่แยกส่วน
นายสิทธิเดช ยังสะท้อนถึงความท้าทายของเศรษฐกิจไทย โดยชี้ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับบางประเทศในภูมิภาค ทำให้การยกระดับผลิตภาพด้วยเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจไม่ควรมองข้าม หากประเทศไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ไทยมีโอกาสขยับจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากต่างประเทศ ไปสู่การสร้างองค์ความรู้และพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสสู่ตลาดโลก แต่จำเป็นต้องมีการสนับสนุนที่เหมาะสมและความเชื่อมั่นในการลงทุน
ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจ ความสำเร็จไม่ได้วัดจากว่าใครมีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริง สร้างคุณค่าได้ต่อเนื่อง และต่อยอดองค์ความรู้ให้กลายเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน