สิ้น หลวงปู่ทิวา อาภากโร ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 93 ปี
16 ก.ค. 2569 | titayu_pur

วงการสงฆ์เศร้า หลวงปู่ทิวา อาภากโร พระป่าสายกรรมฐาน ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 93 ปี พร้อมเปิดประวัติเส้นทางธรรม จากอดีตผู้บังคับการเรือรบสู่เส้นทางธรรมสุดอัศจรรย์
ข่าว
16 ก.ค. 2569 | titayu_pur

วงการสงฆ์เศร้า หลวงปู่ทิวา อาภากโร พระป่าสายกรรมฐาน ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 93 ปี พร้อมเปิดประวัติเส้นทางธรรม จากอดีตผู้บังคับการเรือรบสู่เส้นทางธรรมสุดอัศจรรย์
KEY
POINTS
16 กรกฎาคม 2569 วงการสงฆ์สูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ หลวงปู่ทิวา อาภากโร พระป่าสายกรรมฐาน ชื่อดัง ได้ละสังขารอย่างสงบ ในเวลา 16.15 น. สิริอายุรวม 93 ปี ท่ามกลางความอาลัยของศิษย์ โดยท่านเป็นอดีตนายทหารเรือ ผู้สละทางโลกสู่ทางธรรม และเป็นธรรมทายาทรูปสำคัญของ หลวงปู่หลุย จันทสาโร
มีรายงานว่า หลวงปู่ทิวา อาภากโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร พระมหาเถระผู้เป็นธรรมทายาทของหลวงปู่หลุย จันทสาโร ได้มรณภาพละสังขารอย่างสงบ เมื่อเวลา 16.15 น. วันนี้ (16 ก.ค.) ท่ามกลางความอาลัยของศิษยานุศิษย์ โดยหลวงปู่ทิวาถือเป็นพระเถระ ที่มีวัตรปฏิบัติอันงดงามและมีประวัติที่น่าสนใจยิ่ง จากอดีตนายทหารเรือ ที่ตัดสินใจหันหลังให้ความสุขทางโลก เพื่อมุ่งหน้าสู่ความพ้นทุกข์ตามแนวทางของพ่อแม่ครูอาจารย์สายวัดป่า
หลวงปู่ทิวา เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2476 เดิมท่านเป็นนายทหารเรือ (ยศเรือตรี) และได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2501 ณ วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร โดยมี ท่านเจ้าคุณพระราชมุนี (หลวงปู่โฮม โสภโณ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลังการบวช ท่านถูกส่งไปอบรมธรรมกับ หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ณ วัดเขาไทรสายัณห์ จ.นครราชสีมา
ในช่วงแรกของการบวช มีบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนชีวิตท่านไปตลอดกาล เมื่อท่านและเพื่อนพระ (อดีตพันเอกพิเศษ ณรงค์ แสงมณี) ได้ลองดีกับหลวงปู่สมชายเรื่อง "อำนาจจิต" โดยหลวงปู่ทิวาในขณะนั้น มีความมั่นใจในจิตของตนมาก ถึงขั้นกล่าวว่า เคยให้นักสะกดจิตระดับดอกเตอร์จากต่างประเทศทดลองแล้ว แต่ทำอะไรท่านไม่ได้ ท่านจึงตั้งกติกาว่า หากหลวงปู่สมชายสะกดจิตท่านได้ ท่านจะยอมเป็นศิษย์และไม่สึกตลอดชีวิต
ผลปรากฏว่า เมื่อถึงเวลาสี่ทุ่มตามนัดหมาย หลวงปู่สมชายได้ใช้พลังจิตสะกดจนท่านและเพื่อนพระ ไม่สามารถขยับร่างกายได้ แม้จะพยายามต่อสู้ด้วยพลังจิตอยู่นานถึง 40 นาที แต่สุดท้ายต้องยอมแพ้ต่ออำนาจธรรม เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ท่านละทิ้งทิฐิมานะ และลาออกจากราชการทหารเรือหลังจากบวชได้เพียง 1 พรรษา เพื่อรับใช้พระศาสนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
หลวงปู่ทิวาเป็นศิษย์ในสาย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยมีความใกล้ชิดอย่างยิ่งกับ หลวงปู่หลุย จันทสาโร ในปี พ.ศ. 2520 มีเหตุการณ์ "สัญญาสุภาพบุรุษ" อันน่าประทับใจ เมื่อหลวงปู่หลุยอาพาธหนักที่ จ.สงขลา หลวงปู่ทิวาได้ไปรับท่านมาดูแลที่กรุงเทพฯ โดยหลวงปู่หลุยได้ตั้งเงื่อนไขว่า ต้องเซ็นสัญญาแลกเปลี่ยนกันว่า หากองค์ใดองค์หนึ่งอาพาธ อีกองค์จะต้องเดินทางมาดูแลกันอย่างเท่าเทียม โดยไม่ถือยศถาบรรดาศักดิ์หรือพรรษา
นอกจากนี้ ยังมีบันทึกถึงปรากฏการณ์พิเศษ ในช่วงที่ท่านจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่หลุยที่สวนปทุมธานี ซึ่ง คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ได้บันทึกไว้ว่าได้กลิ่นหอมของ "ดอกจำปาทิพย์" อบอวลไปทั่วบริเวณ ทั้งที่ไม่มีต้นจำปาอยู่ในสวนเลย ซึ่งเชื่อว่าเป็นอานิสงส์แห่งศีลบริสุทธิ์ของพระมหาเถระทั้งสองรูป
ในด้านการทำงานเพื่อพระศาสนา หลวงปู่ทิวาเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธเบญจพล เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ก่อนจะมาจำพรรษา ณ ที่พักสงฆ์เสริมรังษี ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อเมตตาอบรมธรรมะในระบบอานาปานสติ ตามแนวทางวิปัสสนายานิก
โอวาทธรรมสุดท้ายที่ท่านมักเน้นย้ำกับศิษยานุศิษย์ คือเรื่องการมีสติและไม่ประมาทต่อความตาย โดยท่านกล่าวว่า
“..ไม่ตื่นตระหนก มีสติ ไม่ประมาท จะอยู่ที่ไหนก็ตาย เราเกิดมาเพื่อตาย... ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาทองที่จะพิจารณาความตายดีที่สุด..”
พร้อมทั้งสอนให้ค้นหาธรรมจากภายในว่า
“..วัดอยู่ที่ไหน ศาสนาไม่ได้อยู่ที่วัด... วัดอยู่ที่ใจเรานี่ ศาสนาก็อยู่ที่ใจเรานี่..”
ขอบคุณข้อมูลประวัติ หลวงปู่ทิวา จาก : www.108prageji.com