พล.ต.ต.วิรุฬห์ เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการตามกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล โดยมีการเก็บข้อมูลผู้สูญหายและ DNA จากญาติ จำนวน 97 ราย เพื่อใช้เปรียบเทียบกับศพที่ส่งมายังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ โดยการตรวจเปรียบเทียบยืนยัน ได้แก่ ลายพิมพ์นิ้วมือ ข้อมูลทันตกรรม DNA และข้อมูลทางกายภาพ
ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ถึง 17 เม.ย.68 มีศพและชิ้นส่วนศพที่เข้าระบบโดยแบ่งเป็นศพจำนวน 41 รายและชิ้นส่วนศพ 96 ชิ้น ซึ่งข้อมูลผู้เสียชีวิตที่เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้ว จำนวน 42 ราย และชิ้นส่วนศพจำนวนมาก สามารถตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครได้ จำนวน 33 ราย แบ่งเป็น คนไทย 22 ราย เมียนมา 10 ราย และกัมพูชา 1 ราย ซึ่งได้แจ้งญาติมารับศพแล้ว ซึ่งศพที่ส่งเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเบื้องต้นสามารถทราบว่าเป็นใคร แต่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนศพเพื่อประกอบร่างให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนส่งคืนแก่ญาติ
"การตรวจพิสูจน์จะใช้ดีเอ็นเอร่วมลายพิมพ์นิ้วมือ ส่วนที่เป็นชิ้นส่วน จะนำดีเอ็นเอมารวมแต่ละชิ้นให้เป็นตัวบุคคล ซึ่งเวลาผ่านไปนาน จึงต้องใช้กระดูกในการหาดีเอ็นเอ อาจจะใช้เวลาเพิ่ม 1-2 วัน ก่อนจะนำข้อมูลของครอบครัวมาเปรียบเทียบ" พล.ต.ต.วิรุฬห์ กล่าว