ขณะที่ ดร.ธเนศ กล่าวว่า ส่วนตัวนั่งทำงานที่อาคารนี้ตึก ทางซีกขวาจึงคุ้นตารอยร้าวของอาคารแห่งนี้เพราะทำงานมา 10 กว่าปีแล้ว และตัวเราก็เป็นวิศวกรด้วยก็รู้ถึงการแยก จะเห็นถึงตำแหน่งที่แยกอยู่เดิมแล้ว ซึ่งรอยแยกบริเวณข้อต่อ เป็นการออกแบบให้สามารถยืดหยุ่นได้ จึงเป็นรอยแยกเดิมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อสร้าง ส่วนรอยแตกใหม่แทบไม่มีเลย ทั้งนี้ยังไม่พบอะไรที่ผิดปกติอย่างเช่น บริเวณชั้น 7 เป็นรอยร้าวที่ขอบเสา และผนังซึ่งเป็นรอยแล้วเดิม แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจจะมีการตรวจซ้ำ โดยประสานกรมโยธาธิการฯ ให้เข้ามาตรวจสอบ และประสานขอเครื่องมือในการตรวจสอบความสั่นสะเทือนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์
"แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น รอยร้าวไม่ได้เกิดขึ้นที่เสาและคานที่เป็นโครงสร้างหลักของตัวอาคาร จะเห็นแค่รอยริ้วเล็กๆ เท่านั้น ไม่ได้เกิดเป็นโพรงจนมองเห็นทะลุกำแพง แต่ก็ต้องมีการฉาบรอยร้าวใหม่แต่จะต้องรอหลังหมดอาฟเตอร์ช็อกก่อน" ดร.ธเนศ กล่าว
วิศวกร เข้าตรวจสอบอาคาร A ซ้ำ พบเสาปูนแตก-เร่งซ่อมแซมทันที ยัน ไม่กระทบโครงสร้าง
ต่อมาในช่วงบ่าย วิศวกร ที่ปรึกษาของศูนย์ราชการฯ ได้เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างอาคารอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นพบว่า มีเสาหลักบริเวณชั้น 2 ของอาคารติดกับที่ทำการไปรษณีย์ ปูนเกิดการกระเทาะแตก จากแหล่งส่วนสะเทือนของแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา
นายไพรัช เล้าประเสริฐ ผู้ควบคุมงานก่อสร้างศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ให้ข้อมูลว่า ในช่วงการตรวจสอบพบว่าปูนมีรอยร้าว จนกระเทาะแตกเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่กรมโยาธิธิการและผังเมืองจึงได้กระเทาะปูนออกมาเพื่อตรวจสอบดูเสาภายใน ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวหรือไม่ ซึ่งปูนที่กระเทาะแตกออกมานั้นเป็นเพียงปูนที่ฉาบด้านอกของเสา ซึ่งค่อนข้างเปราะบางรองรับแรงกระแทกไม่ได้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้ส่งผลถึงตัวเสาที่เป็นโครงสร้างอาคารด้านใน จึงไม่ใช่เรื่องรุนแรง และไม่กระทบต่อตัวอาคาร เพราะถ้ากระทบต่อโครงสร้างจะต้องมีรอยแตกหลายจุด
หลังจากนี้จะต้องนำปูนอีพอกซี่ซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าปูนซีเมนต์เมื่อแข็งตัวแล้วจะมีความแข็งแรงเท่ากับคอนกรีต มาฉาบปิดรอยบริเวณดังกล่าว โดยจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมทันที และหลังซ่อมแซมเสร็จสิ้นก็จะติดตาม มีรอยร้าวเพิ่มเติมหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าจากการตรวจสอบพบความเสียหายที่บริเวณจุดนี้เพียงจุดเดียว
นอกจากนี้ ทางวิศวกรจะนำกระจกสไลด์บางมาติดตั้งบริเวณจุดรอยเชื่อมของอาคาร รวมถึงจุดที่เกิดรอยร้าว เพื่อทดสอบแรงสั่นสะเทือน หากอาคารมีการขยับตัวกระจกก็จะร่วงแตกด้วย
เปิดนาทีอพยพ รอบ 2 หลังอาฟเตอร์ช็อก แผ่นดินไหวเมียนมา
ทีมข่าวเนชั่นทีวี ได้พูดคุยกับคนที่อยู่ในอาคาร A ขณะที่พากันวิ่งอพยพออกมาจากอาคารด้วย จากการสอบถามกลุ่มแม่บ้านของศาลล้มละลายกลาง ที่ทำงานอยู่ชั้น 4 พวกเขาเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเวลาประมาณ 09.00 น. กำลังทานข้าวนั่งกินกาแฟ ช่วยท่านผู้พิพากษาเก็บของ อยู่ๆ เหมือนฝ้าจุดเดิมของเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่แผ่นดินไหว มันยังหล่นไม่หมด แล้ววันนี้ก็หล่นลงมา แล้วก็มีคนตะโกนว่า อาฟเตอร์ช็อกให้วิ่ง ก็พากันวิ่ง พอออกมาห้องข้างๆ ก็มีฝ่าหล่นแบบนี้หลายจุดตั้งแต่วันหยุด มีหลายจุด ห้องข้างๆ ก็มี พอเขาบอกว่า วิ่งๆ ทิ้งรถที่กำลังขนของวุ่นวายกันหมด พร้อมยอมรับว่า ก็รู้สึกกังวลใจ หากกลับเข้าไปทำงานอีก ก็อยากให้มีการตรวจสอบและแจ้งข้อมูลความปลอดภัยของอาคารให้ชัดเจน
ขณะที่พ่อค้าเปิดร้านอยู่ตลาดนัดชั้น G ของอาคาร A เล่าว่า ไม่แน่ใจว่า ฝ้า ปูน หล่นเกิดที่ชั้นไหน เพราะตนอยู่ชั้นล่างไม่ได้ผลกระทบอะไร และรู้สึกปกติ แต่พอทุกคนแตกตื่น ก็ต้องแตกตื่นวิ่งออกไปด้วย ซึ่งหากเทียบความรู้สึกวันนี้กับวันศุกร์ที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนเองรู้สึกแตกต่างกันมาก เพราะวันนี้ไม่รู้สึกเหมือนแผ่นดินไหวเลย แต่วันศุกร์ ได้รับผลกระทบทั้งอาคาร จึงคาดว่าน่าจะอุปทานหมู่จากการแพนิกด้วยหรือไม่
"เท่าที่ตนเองสังเกตุดูรอยร้าว ด้านนอกก็เป็นรอยร้าวตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. แต่หากเป็นรอยที่ตลาดนัดด้านล่างตามกำแพง เป็นรอยเดิมที่เคยเห็นอยู่แล้ว 2-3ปี ถ้ารอยใหม่ๆ ก็จะเป็นรอยวันที่ 28 มี.ค.ไม่ใช่รอยวันนี้แน่นอน ส่วนภายในห้องต่างๆตนเองไม่เห็น" พ่อค้าตลาดนัด ระบุ
พ่อค้าตลาดนัด ยอมรับว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลใจเรื่องของการเข้ามาใช้อาคาร เพราะส่วนตัวมองว่าตัวโครงสร้างไม่น่ามีผลอะไร และไม่น่ามีปัญหา แต่อาจจะมีผลกับฝ้า หรือเพดาน มากกว่า และพร้อมกับชี้ให้ดูรอยฝ้าพังที่ด้านบน ว่าอย่างจุดฝ้านี้ ก็เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.68
พร้อมกับบอกว่า อยากให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเข้ามาทำการตรวจสอบอาคารให้ถี่ถ้วนมากขึ้น รวมถึงอยากให้ตรวจสอบอย่างละเอียดทุกห้องของอาคารแห่งนี้ เพราะอาคาร A มีห้องอยู่จำนวนมาก และอยากให้ตรวจสอบบริเวณด้านนอกอาคารว่ามีการทรุดตัวของพื้นหรือไม่