นางวรรณา กล่าวว่า กระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้ ปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งจะให้ผลผลิตในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ใช้ปลูกเป็นแปลงสาธิตให้เกษตรกรเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูก
"ข้อดีของกระเจี๊ยบแดงม่วงจัมโบ้คือ มีกลีบเลี้ยงที่หนา ยาวและให้ผลผลิตที่รวดเร็ว ด้วยความที่มีดอกใหญ่จึงทำให้ได้น้ำหนักเยอะ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อให้มีรายได้จากการจำหน่ายดอกกระเจี๊ยบ ซึ่งนำไปทำน้ำหรือทำแยมได้
สำหรับกระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโทไซยานินสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยในการยับยั้งการเกิดเซลส์มะเร็ง มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำน้ำดื่มชุ่มคอ ลดเสมมะ ลดความดัน ลดไขมันในเส้นเลือดได้" นางวรรณา ระบุ