ราว "พี่ให้น้อง" ส่งต่อชุดนักเรียน ช่วยแบ่งเบาผู้ปกครองรับเปิดเทอม 2567
12 พ.ค. 2567

ผุดไอเดีย ราว "พี่ให้น้อง" ส่งต่อชุดนักเรียน พร้อมปักเปลี่ยนชื่อให้ฟรี ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองรับเปิดเทอม 2567
ข่าว
12 พ.ค. 2567

ผุดไอเดีย ราว "พี่ให้น้อง" ส่งต่อชุดนักเรียน พร้อมปักเปลี่ยนชื่อให้ฟรี ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองรับเปิดเทอม 2567
12 พฤษภาคม 2567 จากภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ประกอบกับช่วงนี้ใกล้เปิดเทอม ผู้ปกครองต้องมีรายจ่ายทั้งค่าเทอมอุปกรณ์การเรียน จนไปถึงชุดนักเรียน มีเรื่องราวดีๆ ที่แชร์ต่อกันในโซเชียล ของร้านป้ายนายน์ไซน์ ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่โพสต์ภาพชุดนักเรียน โดยที่ป้ายระบุ ชุดนักเรียนฟรี "พี่ให้น้อง" โดยทางร้านพร้อมเลาะป้ายชื่อตราโรงเรียนเก่า และปักใหม่ให้ฟรี มีคนสนใจจำนวนมากแชร์เรื่องดังกล่าว
โดยในโพสต์ดังกล่าวระบุข้อความว่า "ชุดนักเรียนฟรี!!! จากราว “พี่ให้น้อง” ได้ส่งต่อให้น้องๆแล้วหลายชุด ขอขอคุณพี่ที่มีน้ำใจที่นำชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ชุด รด. ที่ไม่ใช้แล้วมาฝากแขวน เพื่อให้ทางร้านส่งต่อให้น้องๆ ชุดนักเรียนจากราว ”พี่ให้น้อง“ ทุกตัว ทางร้านเลาะชื่อเดิมและปักชื่อใหม่ให้น้องฟรี!!! ทุกตัว น้องๆท่านใดสนใจรับเสื้อนักเรียนสภาพดี หรือพี่ๆที่มีชุดนักเรียนสภาพดีมาฝากแขวนเพื่อส่งต่อให้น้องๆได้นะคะ"
ต่อมา ผู้สื่อข่าวจึงไปตรวจสอบที่ร้านดังกล่าว อยู่โซนพระเครื่องคำเที่ยง ใกล้ห้างโลตัสคำเที่ยง เปิด 08.30 - 17.00 น.ทุกวัน หยุดวันอาทิตย์พบนางศิริลักษณ์ หรือผึ้ง อายุ 46 ปี เจ้าของร้านยืนจัดราวเสื้อหน้าร้านที่ห้อยป้ายชุดนักเรียนฟรี
นางศิริลักษณ์ เปิดเผยว่า โครงการชุดนักเรียนฟรี "พี่ให้น้อง" ที่ทำขึ้นมา เพราะมีชุดนักเรียนของลูกชายกับเพื่อนๆ ที่ว่ายน้ำด้วยกัน เรามีชุดนักเรียนที่ไม่ใช้แล้ว ตอนนี้น้องโต เข้าระดับมหาลัยไปแล้ว ชุดนักเรียนก็จะอยู่เหลือเยอะก็เลยเอามารวมกัน เลยคิดว่าจะทำยังไงส่งต่อให้คนอื่นได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปถึงบนดอยก็เลยเอามาแขวนที่หน้าร้านดู
คนอยู่ในเมืองที่ไม่ได้มีรายได้เยอะหรือว่าช่วงปัญหาเศรษฐกิจในระหว่างนี้ ก็จะแบ่งเบาภาระผู้ปกครองไม่ได้ไม่มากก็น้อย พอได้ของไปเขาก็จะมีรอยยิ้ม เราเองก็จะมีรอยยิ้มจากน้ำใจที่เป็นผู้ให้ แล้วผู้รับเขาก็จะมีความสุขที่เขามารับตรงนี้เหมือนกัน และคนที่มารับเสื้อเอง เราก็จะเลาะป้ายชื่อเก่าให้ และปักชื่อใหม่ ตราโรงเรียนให้ฟรีเลย เพราะเรามีเครื่องอยู่แล้ว
"ตอนนี้ของเรายังมีไม่เยอะ จำกัดคนละ 2 ชิ้น เสื้อ 1 ตัว กางเกง 1 ตัว หรือเสื้ออย่างเดียวก็ได้ ขอมารับหน้าร้านก่อน ถ้าโอกาสหน้ามีคนมาแขวนเพิ่มขึ้นก็จะเพิ่มจำนวนให้คนที่อยากได้เพิ่มขึ้น" นางศิริลักษณ์ กล่าว
นางศิริลักษณ์ บอกอีกว่า มีผู้ปกครองรายหนึ่ง มีลูกเรียนโรงเรียนเทศบาลในเมือง เล่าให้ฟังว่าเขามีลูก 3 คน เขาซื้อชุดใหม่ให้ลูก 3 คน คนละชุดต้องใช้เงินพันกว่าบาท เพราะเดี๋ยวนี้ชุดนักเรียนขึ้นราคาเยอะมาก เสื้อหนึ่งตัวเกือบ 400 บาท ไหนจะกางเกงอีก และช่วงเศรษฐกิจแบบนี้หาเงินลำบาก มีคนบอกเขาว่ามีแจกชุดนักเรียนปักให้ฟรี เขาก็มาดู และขอรับกางเกง 3 ตัวเสื้อ 2 ตัวไป โดยเขาพาลูกมาลองใส่ด้วย ตนจึงแนะนำว่าจะให้ดีพาเด็กมาด้วยมาลอง
"เรื่องเสื้อผ้าบริจาคบนดอย มีหลายที่หลายคนทำอยู่แล้ว แต่เรามองคนที่อยู่ในเมืองด้วยกันมากกว่า คนใช้แรงงาน พี่น้องไทใหญ่ ลูกคนที่เขามีรายได้ไม่มาก กับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีทุกวันนี้ เลยคิดว่า ลองเอามาแขวนหน้าร้านส่งต่อให้คนที่อยู่ในเมืองเหมือนกัน เราอย่าคิดว่าคนในเมือง ไม่ได้มีความลำบากหรือไม่ต้องการ เราทำได้ก็ลองดู อยากให้เป็นประโยชน์คนที่อยู่ใกล้เคียงกันในชุมชนเดียวกัน" นางศิริลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวล่าสุด