ย้อนไปเมื่อ 30 เมษายน ปี 2565 ผู้อ่านของ "Nation STORY" น่าจะยังจำข่าวกันได้ "ลุงชาญ" ร.ต.ชาญ จันทร์วัชรกาล อายุ 74 ปี อดีตแพทย์ทหาร ได้ขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิเพชรเกษม ให้ช่วยนำร่างภรรยาที่เก็บไว้นานกว่า 21 ปี ไปฌาปนกิจ เพราะเจ้าตัวเกรงว่าจะเสียชีวิต และอาจไม่มีโอกาสบอกลาคนรักเป็นครั้งสุดท้าย
"ลุงชาญ" เล่าว่า เมื่อช่วงปี 2544 ภรรยา ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ป่วยด้วยโรคความดันทำให้เส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิตลงระหว่างการรักษาเพียง 3 วัน ที่โรงพยาบาลพร.พระะกุฎเกล้า ก่อนจะนำร่างคนรักไปสวดพระอภิธรรมศพที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ แต่ไม่ยอมเผา
"ผมไม่เผาเพราะทำใจไม่ได้และขอนอนเฝ้าศพคนรักมานานกว่า 21 ปี ก่อนตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากทางมูลนิธิเพราะเกรงว่าจะสิ้นอายุขัยไปเสียก่อน"
ต่อมาวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ลุงชาญ ได้ไปเก็บอัฐิภรรยากลับมาไว้ยังสถานที่แห่งเดิม เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ซึ่งจะอยู่กับตนไปตราบสิ้นลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
จากสภาพความเป็นอยู่ของ "ลุงชาญ"ทางมูลนิธิเพชรเกษม จึงเข้ามาช่วยปรับปรุงที่อยู่อาศัย เนื่องจากลุงชาญ อาศัยอยู่เพียงลำพัง ไม่มีไฟฟ้าใช้ มีเพียงน้ำประปาจากเพื่อนบ้านที่ติดกัน คอยช่วยอนุเคราะห์ โดยเจ้าหน้าที่ฯ กว่า 20 คน ลงพื้นที่ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบเนื่องจากรกร้าง เกรงว่าจะได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษ มีการปรับปรุงห้องเก็บของ ให้กลายสภาพเป็นห้องนอน
ส่วนประเด็นถูกที่ลูกชายสองคนซึ่งเป็นหมอทอดทิ้ง เมื่อ 2 ปีก่อน "ลุงชาญ" บอกกับนักข่าวว่า ลูกชายคนโตอาศัยอยู่ไม่ไกลจากที่พักของตนเอง ไม่ได้ทอดทิ้งไปไหน และยังแวะเวียนมาดูแลตนเองอยู่เสมอ ส่วนลูกชายคนเล็กมีครอบครัวอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ภรรยาของตนเองเสียไป ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันนานแล้ว