เนชั่นทีวี

ข่าว

สุดซึ้ง รักแรกพบ เก็บศพภรรยา 21 ปี ขอมูลนิธิช่วยฌาปนกิจ หวั่นเสียชีวิตก่อน

01 พ.ค. 2565

สุดซึ้ง รักแรกพบ เก็บศพภรรยา 21 ปี ขอมูลนิธิช่วยฌาปนกิจ หวั่นเสียชีวิตก่อน

สุดซึ้ง คุณตา วัย 72 ปี เก็บศพภรรยานาน 21 ปี ก่อนแจ้งมูลนิธิ ช่วยนำร่างไปเผา เหตุ กลัวเสียชีวิตก่อน ไม่ได้บอกลาคนรัก เผย เป็นรักแรก เก็บร่างไว้พูดคุยกันเหมือนตอนมีชีวิต ระบุ ฌาปนกิจเสร็จ จะนำอัฐิกลับมาเก็บที่บ้านเพื่ออยู่ด้วยกันจนหมดอายุขัย

1พฤษภาคม 2565 มูลนิธิเพชรเกษม กรุงเทพฯ ซอยรามอินทรา 23 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. นายบัญชา ศรีนิลพันธ์ รองประธานมูลนิธิ เปิดเผยว่าวานนี้ (30 เม.ย.) ร.ต.ชาญ จันทร์วัชรกาล อายุ 72 ปี อดีตข้าราชการแพทย์ทหารเกษียณอายุ เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิ เพื่อไปรับศพภรรยาที่เสียชีวิตจากโรคประจำตัวตั้งแต่ปี 2544 และเจ้าตัวเก็บร่างไว้ดูต่างหน้าภายในเพิงพัก ที่ปลูกสร้างขึ้นมาในพื้นที่รกร้างย่านรามอินทรามานานกว่า 21 ปี เพื่อนำไปฌาปนกิจหลังเจ้าตัวเกรงว่าจะเสียชีวิตเสียก่อนเพราะเข้าสู่วัยชรา และอาจไม่มีโอกาสบอกลาคนรักเป็นครั้งสุดท้าย

สุดซึ้ง รักแรกพบ เก็บศพภรรยา 21 ปี ขอมูลนิธิช่วยฌาปนกิจ หวั่นเสียชีวิตก่อน

นายบัญชา กล่าวว่า เมื่อเดินทางไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุพบเป็นพื้นที่ว่างเปล่า มีต้นไม้และเถาวัลย์ปิดปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยรอบอยู่ในเนื้อที่ 195 ตารางวา พบเพิงพักปลูกสร้างด้วยปูนอยู่ด้านในสุดของสถานที่ดังกล่าว

เมื่อเข้าไปสำรวจภายในพบศพผู้เสียชีวิตรายหนึ่งในสภาพแห้งกรังนอนอยู่ในโลงศพ  สอบถามคุณตา เล่าว่า เมื่อช่วงปี 2544 ภรรยา ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ป่วยด้วยโรคความดันทำให้เส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิตลงระหว่างการรักษาเพียง 3 วัน ที่โรงพยาบาลพร.พระะกุฎเกล้า ก่อนจะนำร่างคนรักไปสวดพระอภิธรรมศพที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ แต่ไม่ยอมเผา

 

"ผมไม่เผาเพราะทำใจไม่ได้และขอนอนเฝ้าศพคนรักมานานกว่า 21 ปี ก่อนตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากทางมูลนิธิเพราะเกรงว่าจะสิ้นอายุขัยไปเสียก่อน"

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้พาคุณตา ไปสำนักงานเขตบางเขน เพื่อรื้อค้นประวัติการเสียชีวิตของภรรยา โดยไม่พบข้อพิรุธแต่อย่างใด ก่อนนำร่างไปฌาปนกิจที่วัดสาครสุ่นประชาสรรค์ตามความประสงค์ของคุณตา

ภรรยาคุณตา

หลังจากนี้นายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานมูลนิธิ ได้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ เรื่องการอยู่อาศัยเพียงลำพังเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้ มีเพียงน้ำประปาจากเพื่อนบ้านที่ติดกัน คอยช่วยอนุเคราะห์ พร้อมนำทีมลงพื้นที่ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบเนื่องจากรกร้าง เกรงว่าจะได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษ

 

 ด้านร.ต.ชาญ เปิดเผยว่า ระหว่างที่อยู่กับศพภรรยา ก็ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ด้วยกันตามปกติ เวลามีเรื่องหรือปัญหาอะไรก็มาเล่ากับศพภรรยาให้รับรู้ทุกเรื่องเสมือนช่วงชีวิตที่เราอยู่ด้วยกัน

 

"ส่วนสาเหตุที่ผมไม่เผาร่างภรรยาและเก็บไว้มานานกว่า 21 ปีนั้น เนื่องจากเป็นรักแรกพบและตลอดระยะเวลาที่คบกันไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง อยู่กันด้วยความเข้าใจมาโดยตลอด จึงทำใจไม่ได้ที่จะพลัดพรากจากกันไป สำหรับการตัดสินใจที่จะเผาศพภรรยา เนื่องจากเกรงว่าจะสิ้นอายุขัยไปเสียก่อน จึงปรึกษากับลูกชายเพื่อดำเนินการประสานให้ทางมูลนิธิเข้าช่วยเหลือเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป"

 

โดยในวันนี้ (1 พ.ค.) จะเดินทางไปเก็บอัฐิภรรยา แต่จะไม่มีการลอยอังคาร จะเก็บเถ้ากระดูกคนรักไว้ในโกศอัฐิและจะนำกลับมาไว้ยังสถานที่แห่งเดิม เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ซึ่งจะอยู่กับตนไปตราบสิ้นลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

สุดซึ้ง รักแรกพบ เก็บศพภรรยา 21 ปี ขอมูลนิธิช่วยฌาปนกิจ หวั่นเสียชีวิตก่อน