หลังจากนี้นายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานมูลนิธิ ได้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ เรื่องการอยู่อาศัยเพียงลำพังเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้ มีเพียงน้ำประปาจากเพื่อนบ้านที่ติดกัน คอยช่วยอนุเคราะห์ พร้อมนำทีมลงพื้นที่ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบเนื่องจากรกร้าง เกรงว่าจะได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษ
ด้านร.ต.ชาญ เปิดเผยว่า ระหว่างที่อยู่กับศพภรรยา ก็ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ด้วยกันตามปกติ เวลามีเรื่องหรือปัญหาอะไรก็มาเล่ากับศพภรรยาให้รับรู้ทุกเรื่องเสมือนช่วงชีวิตที่เราอยู่ด้วยกัน
"ส่วนสาเหตุที่ผมไม่เผาร่างภรรยาและเก็บไว้มานานกว่า 21 ปีนั้น เนื่องจากเป็นรักแรกพบและตลอดระยะเวลาที่คบกันไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง อยู่กันด้วยความเข้าใจมาโดยตลอด จึงทำใจไม่ได้ที่จะพลัดพรากจากกันไป สำหรับการตัดสินใจที่จะเผาศพภรรยา เนื่องจากเกรงว่าจะสิ้นอายุขัยไปเสียก่อน จึงปรึกษากับลูกชายเพื่อดำเนินการประสานให้ทางมูลนิธิเข้าช่วยเหลือเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป"
โดยในวันนี้ (1 พ.ค.) จะเดินทางไปเก็บอัฐิภรรยา แต่จะไม่มีการลอยอังคาร จะเก็บเถ้ากระดูกคนรักไว้ในโกศอัฐิและจะนำกลับมาไว้ยังสถานที่แห่งเดิม เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ซึ่งจะอยู่กับตนไปตราบสิ้นลมหายใจสุดท้ายของชีวิต