รู้จัก "หอยมือเสือ" (อังกฤษ: Giant clam)
อ้างอิงจากเฟซบุ๊กเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุข้อมูลไว้ว่า "หอยมือเสือ" จัดเป็นหอยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อาจมีความยาวเปลือกได้ถึง 100-120 เซนติเมตร น้ำหนักได้กว่า 200 กิโลกรัม และมีอายุยาวได้ถึง 100 ปีหรือมากกว่านั้น ขนาดเล็กสุดยาวเพียง 15 เซนติเมตร พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในเขตน้ำตื้นตามแนวปะการังของน่านน้ำแถบอินโด-แปซิฟิก
หอยมือเสือ เป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว เนื้อของหอยมือเสือโดยเฉพาะกล้ามเนื้อยึดเปลือก เป็นอาหารซึ่งมีราคาแพง เป็นที่นิยมบริโภคในหลายประเทศ เปลือกใช้ทำเครื่องใช้, เครื่องประดับ รวมทั้งไข่มุก ซึ่งหอยมือเสือก็สามารถให้ได้เหมือนกัน และเป็นไข่มุกที่มีราคาแพงกว่าไข่มุกปกติธรรมดา เนื่องจากมีขนาดใหญ่และหาได้ยากมาก
ส่วนหอยมือเสือขนาดเล็กนิยมนำมาเลี้ยงในตู้ปลาทะเลสวยงาม จึงทำให้หอยมือเสือถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์มากจนเกินกำลังธรรมชาติจะทดแทนได้ทันในทุกแหล่งการแพร่กระจายจนกระทั่งอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ หรือบางชนิดถูกทำลายจนหมดไปจากบางแหล่ง จึงเป็นหนึ่งในจำนวนสัตว์น้ำที่ได้รับการขึ้นบัญชีในรายชื่อสัตว์และพืชที่ใกล้สูญพันธุ์หรือหายากในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือ CITES
ส่วนในประเทศไทย "หอยมือเสือ" จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ในบัญชีสัตว์สงวนและคุ้มครองประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ห้ามล่า ห้ามมี และห้ามซื้อขาย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท เปลือกของหอยมือเสือยังถือเป็นซากสัตว์ป่า เช่นเดียวกับปะการัง ที่ห้ามซื้อขาย รวมทั้งห้ามนำมาวางประดับด้วย
พฤติกรรมเปรียบเสมือน "เครื่องบำบัดน้ำเสีย" ให้กับทะเล
เคยสงสัยกันไหม ว่าท้องทะเลสามารถกำจัดของเสียได้เองหรือไม่? คำถามนี้ดูเหมือนจะได้คำตอบแล้ว ซึ่งจากข้อมูลในเพจขยะมรสุม MONSOONGARBAGE THAILAND เคยโพสต์เกี่ยวกับพฤติกรรมหอยมือเสือ โดยพบว่าหอยชนิดนี้ทำตัวต่างจากหอยจำพวกอื่นตรงที่เปลือกด้านบนจะเปิดออกเพื่อรับแสงแดด จะเรียกเป็นด้านหน้าของหอยมือเสือและจะแผ่ส่วนแมนเทิล ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อออกมารับแสง
ซึ่งส่วนเนื้อเยื่อจะมีสาหร่ายจำพวกไดโนแฟลกเจลเลต คือ สาหร่ายซูแซนเทลลี จำนวนมากอาศัยอยู่ในแมนเทิล ซึ่งการอยู่ร่วมกันแบบนี้ต่างฝ่ายต่างก็ได้รับประโยชน์เพราะการอยู่แบบพึ่งพาอาศัย การสังเคราะห์แสงของสาหร่ายโดยสาหร่ายจะใช้ประโยชน์จากคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียที่หอยมือเสือปล่อยออกมา หอยมือเสือก็จะได้รับสารอาหารคืนจากที่สาหร่ายผลิตได้บางส่วน
นี่เองเป็นสาเหตุ ที่ทำให้พบเห็นหอยมือเสือจะอาศัยอยู่ในบริเวณที่น้ำใสและมีแสงส่องผ่านไปถึง อีกทั้งการที่หอยมือเสือมีสีสันต่าง ๆ ต่างกันทั้ง สีเขียว, สีน้ำเงิน ก็เป็นผลมาจากสังเคราะห์แสงของสาหร่ายนี้ โดยปกติจะพบหอยมือเสือได้ในระดับความลึกไม่เกิน 20 เมตร ส่วนต่อมาคือ ตรงรอยต่อด้านล่างของฝาหอย เป็นบานพับเปลือก จะมีส่วนที่ลักษณะเป็นช่องสำหรับให้เส้นใยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า "บิสซัส" ยื่นออกมาทำหน้าที่เชื่อมยึดตัวหอยให้เกาะติดกับหินหรือวัสดุใต้น้ำ
โดยกระบวนการสังเคราะห์แสงของสาหร่ายซูแซนเทลลีที่อยู่ในตัวหอยจะดูดซับเอาสารต่างๆ รวมทั้งของเสียสิ่งขับถ่ายจากสัตว์อื่นในระบบนิเวศ มาสังเคราะห์เป็นอาหารและพลังงานที่จำเป็น จึงทำให้ "หอยมือเสือ" เสมือนเป็น "โรงงานกำจัดของเสีย" ให้กับท้องทะเล
นอกจากนี้ หอยมือเสือยังมีการกินอาหารแบบกรองกินอาหารที่ลอยมาตามน้ำ ดังนั้น หากมีฝุ่นตะกอนลอยมาตามน้ำ หอยมือเสือก็จะทำหน้าที่ดูดกรองฝุ่นตะกอนเหล่านั้นไว้ เลยทำให้น้ำในบริเวณนั้นใสสะอาด เป็นการช่วยให้ระบบนิเวศของทะเลดีตามไปด้วย
ข้อมูลของหอยมือเสือโดยสังเขป
- เป็นหอยสองฝาที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
- อาจมีความยาวเปลือกได้ถึง 100-120 ซม. หนักได้กว่า 200 กิโลกรัม
- อาศัยในแนวปะการังที่แสงแดดสามารถส่องถึง
- พบเฉพาะในทะเลเขตร้อนแถบอินโด-แปซิฟิก
- มีสองเพศในตัวเดียว เมื่ออายุประมาณ 2 ปี จะเป็นเพศผู้ / เมื่ออายุราว 4 ปีครึ่ง จะเปลี่ยนเป็นเพศเมีย
- ทั่วโลกมีหอยมือเสือทั้งหมด 8 ชนิด ส่วนในไทยมี 3 ชนิด
- เปรียบเสมือนเครื่องบำบัดน้ำเสียให้กับทะเล เพราะกรองกินอาหารที่ลอยมาตามน้ำ หากมีฝุ่นตะกอนลอยมา มันจะทำหน้าที่ดูดกรองฝุ่นตะกอนเหล่านั้นไว้
- นอกจากกรองกินตะกอน ยังนำของเสียจากสัตว์ ที่ลอยมาตามน้ำ มาสังเคราะห์เป็นพลังงานได้
- ถูกจัดอยู่ในบัญชีในรายชื่อสัตว์และพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)
- เป็น "สัตว์ป่าคุ้มครอง" อยู่ในบัญชีสัตว์สงวนและคุ้มครองประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ตามกฎหมายไทย
นี่ก็เป็นเรื่องราวของ "หอยมือเสือ" ที่ Nation STORY นำมาเล่าให้อ่านกันในวันนี้ ก็หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รู้จักหอยสองฝาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนี้ให้มากขึ้นนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก :
เฟซบุ๊กเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เฟซบุ๊กเพจ ขยะมรสุม MONSOONGARBAGE THAILAND
https://mgronline.com/onlinesection/detail/9670000024661
https://www.thaipbs.or.th/news/content/281492
https://ngthai.com/wildlife/23174/giantclams/
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0NNSq25vchCvCgDV8FeQ43nUsd6cbhecdWJUnsfNjP3D15KovJ56uoQiiMbYTjkZ4l&id=100064549365663
เฟซบุ๊กเพจ NewsClear
ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จังหวัดตราด
กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ชุมพร)
Marine Educator นักสื่อความหมายธรรมชาติ ทางทะเล
W I Z
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)