svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

รู้จัก "บิ๊กโจ๊ก" กับวิบากคดีเว็บพนัน "มินนี่" คราวนี้ "รอด" หรือ "ร่วง"

22 กุมภาพันธ์ 2567
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

ปมร้อนเว็บพนันออนไลน์ "มินนี่" ทำสำนักงานตำรวจแห่งชาติระอุ เมื่อ "บิ๊กโจ๊ก" ถูกกล่าวหามีเอี่ยว วันนี้ "Nation STORY" พาไปรู้จักกับ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ตำรวจแมวเก้าชีวิต กับวิบากในเส้นทางสายอาชีพ ที่คราวนี้ต้องจับตาว่า "รอด" หรือ "ร่วง"

จากคดีเว็บพนัน กลายเป็นศึกร้อน ๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อคดีเครือข่าย "เว็บพนันมินนี่" เจ้าแม่เว็บพนันออนไลน์ ที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดยตำรวจไซเบอร์เป็นผู้คดี มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหา

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อช่วงปลายปี 66 ที่ผ่านมา และปรากฎข่าวใหญ่โต เมื่อมีการบุกค้นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" รอง ผบ.ตร. เนื่องจากในกลุ่มของผู้ต้องหาขณะนั้น มีนายตำรวจลูกน้องของบิ๊กโจ๊กรวมอยู่ด้วยหลายราย

โดยการบุกค้นบ้านของรอง ผบ.ตร.ในครั้งนี้ ก็มีชายที่ชื่อว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เป็นผู้นำตรวจค้น 
ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักบิ๊กโจ๊ก
รู้จัก "บิ๊กโจ๊ก" กับวิบากคดีเว็บพนัน "มินนี่" คราวนี้ "รอด" หรือ "ร่วง"

 

แม้ในครั้งนั้น "บิ๊กโจ๊ก" จะไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ แต่ก็ทำเอากับของขึ้น ขู่แฉเรื่องราวสีเทา ๆ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเตรียมเอาผิดคืนกลับไปยังกลุ่มตำรวจที่เกี่ยวข้อง ในการบุกค้นบ้านพักของคนในครั้งนี้ จนได้ฉายาว่า "โจ๊กอัคนี" แทน “โจ๊กหวานเจี๊ยบ" ที่ได้รับมานาน 
 

"ผมรู้ว่าใครเป็นคนดำเนินการกับเรื่องราวทั้งหมด รู้ว่าใครเป็นคนสั่ง แต่ตนไม่อยากทุบหม้อข้าวตัวเอง  ไม่อยากให้ลูกน้องที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้เขาได้มีทางเดิน ถ้าทุบหม้อข้าวตัวเอง คงตายทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมถึงไม่เปิดรายละเอียดทั้งหมด"   


รู้จัก "บิ๊กโจ๊ก" กับวิบากคดีเว็บพนัน "มินนี่" คราวนี้ "รอด" หรือ "ร่วง"

คำประกาศกร้าวดังกล่าวของ "บิ๊กโจ๊ก" ทำให้สังคมเข้าใจและเห็นพ้องว่า การบุกค้นบ้าน "บิ๊กโจ๊ก" ในคดี คดีเครือข่าย "เว็บพนันมินนี่" เป็นเกมการเมืองในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพือเตะตัดขา "บิ๊กโจ๊ก" ในการก้าวขึ้นชิงตำแหน่งเก้าอี้ ผบ.ตร. ในขณะนั้น เพราะแม้จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่มีอาวุโสน้อยที่สุด แต่ก็ถือเป็นตัวเต็งอีกคนหนึ่ง 

แต่ภายหลังจากที่มีการประกาศชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ เป็น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ท่าทีที่ขึงขังของ "บิ๊กโจ๊ก" หรือ "โจ๊กอัคนี" ในขณะนั้นก็เบาลง กลับมาเป็น "โจ๊กหวานเจี๊ยบ" คนเดิมพร้อมภาพที่ชื่นมื่นกับ "บิ๊กต่อ" ผบ.ตร.คนใหม่ และยังคงได้รับหน้าที่ในฐานะ รอง ผบ.ตร.ไปแทน แทนที่จะถูกเด้งให้พ้นวงจรโคจรตามที่มีใครหลายคนคาดการณ์เอาไว้ 
บิ๊กโจ๊ก และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล
 

แต่เมื่อล่าสุด คดีเครือข่าย "เว็บพนันมินนี่" มีความคืบหน้า และมีชายที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ออกมาเผยความคืบหน้า การขยายผลทางคดีที่พบ "บิ๊กตำรวจ" เข้าไปพัวพันเครือข่าย "เว็บพนันมินนี่" พร้อมเตรียมจ่อฟันคดีในข้อหา ม.149 และ ม.157 หาก ป.ป.ช.ส่งกลับสำนวนให้ตำรวจทำ 

สิ้นสัมภาษณ์ดังกล่าว "บิ๊กโจ๊ก" ก็ออกมาสวนกลับในทันทีว่า เป็นการ "ดิสเครดิต" พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมประกาศกอบกู้ชื่อเสียง เตรียมเอาผิดตำรวจชุดทำคดีนี้อีกครั้ง

โดยวันนี้ (22 ก.พ.) "บิ๊กโจ๊ก" ได้มีการแถลงเปิดใจเกี่ยวกับคดีเครือข่าย "เว็บพนันมินนี่"  พร้อมท่าทีที่ขึงขังว่า 
 

"ฝากไปถึงตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ให้แข่งกันทำงานดีกว่า อย่าอิจฉาริษยา เรื่องรุ่นไม่เกี่ยว ยศตำแหน่งขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของแต่ละคน ซึ่งบางคดีไม่มีคนทำ ผมต้องทำแทน จนมีผลงานมากมาย เชื่อว่าหากผมลงสมัคร สส.ภาคอีสาน ก็ได้รับเลือกอย่างแน่นอน และขอเรียกร้องให้นายตำรวจระดับพลเอกหรือพลโท เป็นผู้ออกมาให้ข้อมูลบ้าง อย่าเป็นอีแอบ ปอดแหกให้ลูกน้องออกมาตายอย่างเดียว ขอให้เอาเบอร์ใหญ่ ๆ ออกมาขี้แจงบ้าง วันนี้จึงได้มอบหมายให้ทนายความ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนกว่า 200 คน รวมทั้งพลตำรวจเอกอีก 2 คนซึ่งยังรับราชการตำรวจอยู่" 


รู้จัก "บิ๊กโจ๊ก" กับวิบากคดีเว็บพนัน "มินนี่" คราวนี้ "รอด" หรือ "ร่วง"

รู้จักปูมหลัง "บิ๊กโจ๊ก" แมวเก้าชีวิตแห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล​ หรือ บิ๊กโจ๊ก ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกิดที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2513 เป็นบุตรของ นายดาบตำรวจ ไสว และ นางสุมิตรา หักพาล สมรสกับ ดร.ศิรินัดดา (สกุลเดิม พานิชพงษ์) 

"บิ๊กโจ๊ก" สำเร็จการศึกษาในชั้นอนุบาล โรงเรียนกลับเพชรศึกษา ซึ่งมารดาเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนนี้ สำเร็จการศึกษาในชั้นประถม โรงเรียนวิเชียรชม สำเร็จการศึกษาในชั้น มัธยมศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ และโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 31 

ระดับชั้นปริญญาตรี

  • รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 47 เป็นหัวหน้านักเรียนของ นรต.รุ่น47


ระดับปริญญาโท

  • สังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม จากมหาวิทยาลัยมหิดล โดยสามารถสอบคัดเลือกเข้าเรียนได้เป็นอันดับ 1 


ระดับปริญญาเอก

  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย 
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล 
  • ปัจจุบันกำลังศึกษา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคค่ำ (นอกเวลาราชการ) หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน


นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยังจบหลักสูตร และ รับมอบประกาศเกียรติบัตร ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 21 (ปปร.21) จาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี

เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565 ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นสถาบันพระปกเกล้า จาก นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตร ว.ป.อ.ปีการศึกษา 2565

นอกจากนี้ "บิ๊กโจ๊ก" ยังมีบทบาทในตำแหน่งอื่น ๆ ดังนี้ 

  • นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • รองผู้อำนวยการ ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  • อดีตที่ปรึกษา​สำ​นักงาน​ตำรวจแห่ง​ชาติ​ (สบ.9)
  • อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  • อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.)
  • ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ
  • อีกทั้งเคยดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผู้บังคับการตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และ ผู้กำกับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)


เปิดเส้นทางสายตำรวจที่เติบโตแบบก้าวกระโดด 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เริ่มต้นรับราชการตำรวจ ยศ "ร.ต.ต." เริ่มรับราชการตำรวจในตำแหน่งรองสารวัตร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 จนได้รับการแต่งตั้งเลื่อนขั้นเป็นสารวัตรในกองวินัย

ต่อมาเป็นสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 5 จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 และสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 3 จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 จนได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 และเป็นผู้ช่วยนายเวรตำรวจราชสำนักประจำให้กับ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

ระดับผู้กำกับการ

หลังจากได้รับการเลื่อนขั้นเป็น พ.ต.อ. "พ.ต.อ.สุรเชษฐ์" ในขณะนั้น ได้รับตำแหน่งผู้กำกับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่อำนวยการประจำผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนกระทั่งวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552 จึงได้เป็นผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ได้เป็นผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 10 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555 ถูกส่งไปเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จนได้เลื่อนขึ้นเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการณ์ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาส่วนหน้า รับผิดชอบพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลาที่เป็น "พื้นที่สีแดง" เสี่ยงต่อภัยความไม่สงบบริเวณชายแดนภาคใต้

ระดับผู้บังคับการและผู้บัญชาการ

ในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในขณะนั้นได้รับการเลื่อนขั้นเป็น พล.ต.ต. ในตำแหน่งผู้บังคับการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับนายกรัฐมนตรี รายงานต่อ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น หลังจากนั้นทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งนี้มาตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557

นับเป็นนายพลตำรวจคนแรก ที่มีอายุราชการน้อยที่สุด ตั้งแต่มีการก่อตั้ง “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ด้วยวัยเพียง 42 ปีเท่านั้น

จนในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ได้เป็นผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว จนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ได้เป็นผู้บังคับการตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ จนกระทั่งวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560 เข้ามาทำหน้าที่รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จนได้เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560 จนวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ในขณะนั้นได้รับการเลื่อนขั้นเป็น พล.ต.ท. และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ซึ่งเป็นผู้บัญชาการอายุน้อย ติดยศ พล.ต.ท. ด้วยวัยเพียง 48 ปี สร้างประวัติศาสตร์วงการสีกากีอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562 ได้มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย 

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกคำสั่งโอนย้ายมาเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562 ก่อนที่ปี 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จะย้ายกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสบ 9 ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ตามลำดับ

ตลอดเส้นทางสีกากีของ "บิ๊กโจ๊ก" ต้องเผชิญวิบากในอาชีพมาแล้วไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสมัยเป็น ผกก.ค้ามนุษย์ ก็เคยถูกเรื่องร้องเรียน จนถูกตั้งกรรมการ ก่อนจะเอาตัวรอดพ้นมลทินมา ก่อนได้เป็น ผกก.สภ.หาดใหญ่ ได้รับการเกื้อกูลสนับสนุนจากรุ่นพี่ เริ่มใกล้ชิด "บิ๊กป้อม" และเติบโตเร็วเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง บารมีมากมาย จนได้สมญา "ผบ.ตร.น้อย" ในยุคหนึ่ง หรือการถูกย้ายฟ้าผ่า ให้พ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อต้นปี 2562 

จากนี้ไปคงต้องจับตาดูว่า เมื่อ "บิ๊กโจ๊ก" นายตำรวจผู้เคยสร้างปรากฏการณ์ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนนี้ เมื่อต้องผจญมลทินในคดีเครือข่าย "เว็บพนันมินนี่" มีการเตรียมแจ้งข้อกล่าวต่อกัน "บิ๊กโจ๊ก" จะสามารถต่อสู้เอาตัวรอด และกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับมาสมฉายา "แมวเก้าชีวิต" อีกหรือไม่
บิ๊กโจ๊กร้องเพลงคู่กับมินนี่
 

logoline