พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่า ในตอนนี้ ยังไม่มีเรื่องอะไรโยงมาถึงตนได้ สำนวนที่ส่งไปให้ ป.ป.ช. ก็ยังไม่ได้คืนมา เพราะ ป.ป.ช. ต้องให้ความเป็นธรรมกับตำรวจ เพราะพิจารณาดูแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตำรวจทะเลาะกัน จึงให้ตำรวจทำเองไม่ได้ ต้องสอบสวนเอง โดยถ้าจะมีการแจ้งข้อหาตนนั้น ก็ไม่เป็นไร แต่การยัดข้อหาเป็นคนละเรื่อง ตนไม่ได้โกรธใคร แต่เป็นห่วงน้องๆ ที่อยู่ในคณะพนักงานสอบสวนว่าจะเดือดร้อนภายหลัง
"เรื่องนี้ตำรวจทะเลาะกันเอง แต่ชาวบ้านมองแล้วเค้าสมเพช ว่าทำไมถึงไม่เอาเวลาเหล่านี้ไปทำงานอย่างปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน แต่กลับเอาเวลาทำงานมานั่งทำสิ่งที่ไม่สมควรทำ" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุ
รอง ผบ.ตร. ยังเปรียบเทียบตนเองว่า ตนเป็นเหมือนรถ 1 คันที่ขับไปบนถนน พอเจอตำรวจจราจรก็ถูกโบกเรียก ขอตรวจใบขับขี่ พอมีแสดงให้ดูถูกต้องตามกฎหมาย ตำรวจจราจรก็เปลี่ยนใหม่ ขอเดินดูรถรอบคันเพื่อดูว่าจะมีตรงไหนผิดกฎหมายหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า วันพรุ่งนี้ (20 ก.พ. 67) พนักงานสอบสวน สอท. ได้เรียกตนไปสอบปากคำนั้น ตอนนี้ตนยังไม่ได้รับแจ้งอะไรมา แต่ถ้าจะเรียกตนไปสอบจริงก็ยินดีให้ความร่วมมือ เพราะตนไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่การเรียกสอบต้องเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ตามที่อัยการสั่งให้สอบสวน ถ้าทำโดยไม่ชอบ ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฏหมาย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ต้องให้ย้อนกลับไปดูว่าหน่วยปราบปรามเว็บพนันคือใคร ทำไมถึงปราบไม่ได้ มีการจ่ายผลประโยชน์หรือไม่ และย้ำว่า ตนเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ดูแลด้านความมั่นคงเพียงคนเดียว ที่ถูกคำสั่งให้ไม่ได้คุมด้านไซเบอร์ ซึ่งเป็นเพราะตนเป็นศัตรูตัวฉกาจของเว็บพนัน ถ้าให้ตนดูแล ตนก็จะไปปราบ จึงไม่ได้ดูแล เพราะตนรู้เยอะ เดี๋ยวจะจับเยอะ อาทิตย์เดียวก็ปราบได้หมดแล้ว
"เรื่องนี้อยู่ที่ผู้ประพันธ์ ก็ให้รอดูไปว่า เดี๋ยวจะประพันธ์อะไรออกมาอีก ขอให้ฟังกันแบบสนุกสนาน นี่เป็นยุทธวิธีดิสเครดิต เดี๋ยวก็มีมาเรื่อยๆ ส่วนผมไม่ได้รู้สึกอะไร ยังทำหน้าที่ตามปกติ ไม่เสียกำลังใจ เพราะผ่านอะไรมาเยอะ และมั่นใจว่าไม่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเว็บพนัน
ส่วนเรื่องนี้ ใครเป็นผู้ประพันธ์นิทานที่ได้ประโยชน์นั้น ก็ขอให้สื่อย้อนกลับไปดูเอง เพราะเป็นละครที่แต่งเรื่องกันมา มีผู้ประพันธ์อยู่ไม่กี่คน เดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็มีต่อ น้องๆก็ติดตามกันไป" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า มองว่านิทานเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ละครเรื่องนี้ก็ไปเรื่อยๆ จะจบก็ต่อเมื่อ กระบวนการยุติธรรมเขาเห็นว่าไม่ใช่ความผิด มันจะมีที่จบมันเอง แต่ก็เตือนน้องๆว่า อย่าไปร่วมมือทำในสิ่งที่ผิด หากอัยการยก ป.ป.ช.ยก จะโดนฟ้องกลับแล้วจะเดือดร้อนได้ อย่าไปตามใจใคร ต้องยึดหลักกฎหมาย
ส่วนกรณีที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีการแถลงว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีผู้ต้องหาในกลุ่มลูกน้องตน 8 คน ไปคุกคามพนักงานอัยการนั้น เท่าที่ตนได้พูดคุยยืนยันว่า ไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ ยืนยันว่าตนไม่ทิ้งลูกน้อง ยังไงก็ดูแลเขาหมดเรื่องทนายความไม่ให้เขาลำบาก แต่เรื่องคดีก็ต้องเอาความจริงไปต่อสู้ และเท่าที่ฟังเขาบอกว่าไม่เคยไปคุกคาม ไม่เคยไปสะกดรอย