“ตามที่เจ้าพระยาพระเสด็จฯ อ่านรายงานเรื่องสร้างโรงเรียนแห่งนี้ว่า ได้กระทำขึ้นเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถของเรานั้น เราเชื่อว่าถ้ามีวิถีอันใดที่กิตติศัพท์อันนี้จะทราบถึงพระองค์ได้ แม้จะเสด็จอยู่สถานที่ใดก็ตาม คงจะยินดีและพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก เพราะว่าพระองค์ได้มีพระราชประสงค์อยู่นานแล้วที่จะทรงบำรุงศิลปวิชาการของไทยเราให้เจริญ
ตัวเราเองก็เคยได้ฟังกระแสพระราชดำริอยู่เสมอ เราเห็นพ้องด้วยกระแสพระราชดำรินั้นตั้งแต่ต้นมา คือเราเห็นว่าศิลปวิชาช่างเป็นสิ่งสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งสำหรับแสดงให้ปรากฏว่าชาติได้ถึงซึ่งความเจริญเพียงใดแล้ว…ฯลฯ…
เราเคยได้ปรารภกับเจ้าพระยาพระเสด็จฯ และผู้เกี่ยวข้องด้วยการศึกษาที่จะใช้วิชาช่างที่ตั้งขึ้นใหม่จากพื้นเดิมของเราแล้ว และขยายให้แตกกิ่งก้านสาขางอกงามยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนเอาพันธุ์พืชของเราเองมาปลูกลงในพื้นแผ่นดินของเรา แล้วบำรุงให้เติบโตงอกงาม ดีกว่าเอาพันธุ์ไม้ต่างประเทศมาปลูกในแผ่นดินของเราอันไม่เหมาะกัน”
โดยความประสงค์เช่นนี้ เมื่อเจ้าพระยาเสด็จฯ มาขอชื่อโรงเรียน เราขอระลึกผูกพันอยู่ในความเปรียบเทียบกับต้นไม้ดังกล่าวนี้ เราจึงขอตั้งชื่อให้โรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนเพาะช่าง”
จาก "เพาะช่าง" สู่ "อุเทนถวาย"
โรงเรียนเพาะช่าง มีการเรียนการสอนวิชาหัตถกรรมไทยมาแต่แรก มีสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย ทรงเป็นที่ปรึกษา ตั้งแต่ปี 2462 ก่อนจะเข้ามาเป็นผู้บัญชาการโรงเรียน และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาโรงเรียน กระทั่งสิ้นพระชนม์
วันที่ 8 ก.ค.2466 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานเพลิงศพ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง และทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินการพระราชกุศล เป็นเงิน 10,000 บาท ให้สร้างโรงงานนักเรียนเพาะช่าง ตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย
ส่วนการก่อตั้ง "อุเทนถวาย" เริ่มต้นจากคณะราษฎรยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในวันที่ 24 มิ.ย. 2475 ต่อมา เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้มีคำสั่งเรื่องตั้งโรงเรียนวิสามัญศึกษาช่างก่อสร้าง เป็นการส่งเสริมวิชาช่างไทย ความในคำสั่งมีดังนี้
บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรที่จะจัดตั้งโรงเรียนช่างก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนฝึกหัดวิชาชีพต่อไป เพราะฉะนั้นให้ตั้งโรงเรียนวิสามัญศึกษาขึ้นที่โรงงานของโรงเรียนเพาะช่างถนนพญาไท เชิงสะพานอุเทนถวาย ตำบลพญาไทโรงหนึ่งให้ชื่อว่า “โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย” แล้วขึ้นแขวงวิสามัญกับให้มีกรรมการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นคณะหนึ่ง ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่งแต่ ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2475
(ลงนาม) เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
เสนาบดี
เปิดที่มาชื่อ "อุเทนถวาย"
ที่มานาม "อุเทนถวาย" นั้น มาจากสถานที่ตั้งโรงงานโรงเรียนเพาะช่าง การก่อสร้างโรงงานโรงเรียนเพาะช่าง เพราะช่วงเวลาดังกล่าวขาดแคลนช่างที่เป็นคนไทย ส่วนมากหัวหน้าช่างมักจะเป็นชาวจีน เพื่อเป็นการทำนุบำรุงวิชาช่างก่อสร้างไทย ปี 2474 จึงได้มีการเปิดสอนวิชาช่างแผนกแบบแปลน และเปิดวิชารับเหมาก่อสร้างขึ้นที่เชิงสะพานอุเทนถวาย อันเป็นที่ตั้งโรงงานเพาะช่างที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้สร้างขึ้น ในปี 2466 ซึ่งตอนนั้นให้ชื่อว่า โรงเรียนเพาะช่าง แผนกก่อสร้าง
ส่วนที่มาของชื่อ สะพานอุเทนถวาย นั้น ก่อสร้างโดยเงินบริจาคของข้าราชการและพนักงานกรมสรรพากร จำนวน 8,015 บาท 40 สตางค์ ครั้งนั้น เจ้าพระยายมราชเสนาบดีกระทรวงวัง ซึ่งกำกับดูแลกรมสุขาภิบาล เสนอชื่อสะพาน ทูลเกล้าฯ ถวายให้เลือก 4 ชื่อ ได้แก่ สะพานอุเทนอุทิศ สะพานสรรพากรอุทิศ สะพานบริวารถวาย และ สะพานเบญจมราชูทิศ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “อุเทนถวาย”
"อุเทนถวาย" ในปัจจุบัน
เมื่อปี 2533 "อุเทนถวาย" โอนมาเป็นวิทยาเขตในสังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ภายใต้ชื่อ "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย" จากนั้นจึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาเขตหนึ่งของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
ปัจจุบัน เปิดสอนในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาต่าง ๆ ดังนี้
- สาขาวิศวกรรมโยธา
- สาขาวิศวกรรมก่อสร้าง
- สาขาวิศวกรรมเคมี
- สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม
- สาขาสถาปัตยกรรมภายในภายนอก
- สาขาออกแบบอุตสาหกรรม
- สาขาเทคโนโลยีโลจิสติกส์และการจัดการระบบขนส่ง
- สาขาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย
- สาขาการบริหารงานก่อสร้าง
- สาขาการจัดการโลจิสติกส์ และซัพพลายเซน
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างสถาบัน ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีคำสั่งไปยังอธิการบดีฯ อุเทนถวาย ให้งดรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2567 เพื่อลดปริมาณนักศึกษา เพื่อดำเนินการย้ายสถาบันไปพื้นที่ใหม่ ตามคำสั่งศาลปกครองให้เสร็จภายในรัฐบาลนี้
ขณะที่ กลุ่มศิษย์เก่าและนักศึกษาอุเทนถวาย ได้รวมพลใหญ่วันนี้ (27 ก.พ.) 3 พันคน ร่วมเดินขบวนคัดค้านการย้ายสถาบันออกจากพื้นที่เดิม
ปัญหาเรื่องที่ดินตั้งสถาบัน "อุเทนถวาย" เป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่า สุดท้ายแล้วจะลงเอยอย่างไร??
ขอบคุณข้อมูล