วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 กยพ. ได้มีมติชี้ขาดโดยให้ อุเทนถวาย ขนย้ายทรัพย์สินและคืนพื้นที่ให้กับ จุฬาฯ และชำระค่าเสียหายปีละล้านบาทเศษ จนกว่าจะส่งมอบพื้นที่เสร็จ โดยมติที่ประชุมมีข้อสังเกตว่า ในการย้ายนั้น ขอให้กระทรวงศึกษา ประสานงานกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอใช้ที่ราชพัสดุและงบประมาณสนับสนุนเพื่อการนี้ต่อไปด้วย
ปี พ.ศ.2553 คณะรัฐมนตรีรับทราบมติดังกล่าว และอัยการสูงสุดแจ้งผลชี้ขาดของ กยพ. ต่อจุฬาฯ และอุเทนถวาย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว สำหรับผลการทูลเกล้าถวายฎีกา สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือยืนยันผลชี้ขาดตามมติของ กยพ. ถึงอุเทนถวาย ฉบับลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554
หลังจากนั้นจุฬาฯ จึงมีหนังสือสอบถามความคืบหน้าการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ไปยังอุเทนถวาย ตามหนังสือฉบับลงวันที่ 31 สิงหาคม 2554 แต่จนถึงปัจจุบัน อุเทนถวาย ยังไม่ได้ปฏิบัติตามการชี้ขาดจาก กยพ. แต่ประการใด
ศาลปกครองสั่งย้ายภายใน 60 วัน ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบัน รวมตัวคัดค้าน
14 ธันวาคม 2565 ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้อุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจะต้องดำเนินการภายใน 60 วัน หลังจากมีคำสั่ง
ขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้บริหารของอุเทนถวาย ได้ประสานกับกรมธนารักษ์เพื่อเจรจาขอพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ที่เหมาะสมมาตลอด ล่าสุดได้ขอพื้นที่ในส่วนของ ต.บางปิ้ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ แต่ทางอุเทนถวาย คงไม่ได้ใช้พื้นที่ทั้งหมดเพียงแห่งเดียว เพราะพื้นที่ดังกล่าว ม.ศิลปากร ก็ขอใช้เช่นเดียวกัน ส่วนจะได้พื้นที่กี่ไร่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกรมธนารักษ์ จ.สมุทรปราการ
16 กุมภาพันธ์ 2566 ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กว่า 500 คน รวมตัวคัดค้านไม่ประสงค์จะย้ายอาคาร สถานที่ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน ออกจากพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามว่า สถานศึกษาแห่งนี้ "ควรเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการค้าพาณิชย์"
โดย รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ อธิการบดีฯ ได้ร่วมหารือกับตัวแทนศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน พร้อมระบุว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบ และศึกษารายละเอียด ทั้งส่วนได้ส่วนเสีย โดยยืนยันได้ว่า ถ้ายังหาข้อสรุปไม่ได้ ก็จะคุยกันจนกว่าจะหาข้อสรุปได้
จากนั้นตัวศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ได้ประกาศยุติการชุมนุม โดยระบุว่า หากมหาวิทยาลัยผิดข้อตกลงจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับ
ถกนัดแรกยังไม่ได้ข้อสรุป ความรุนแรงเสมือนตัวเร่งย้ายออกเร็วขึ้น
ย้อนไปเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และ ตัวแทนจากอุเทนถวาย ได้ร่วมประชุมนัดแรกหาทางออกข้อพิพาทที่ดิน นานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ข้อสรุป ขณะเดียวกัน นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. ได้ฝากอุเทนถวายและจุฬาฯ วางระบบส่งเสริมการศึกษาระหว่างกัน
อย่างไรก็ตามปัญหาความรุนแรงระหว่างอุเทนถวายและสถาบันคู่ขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เสมือนเป็นตัวเร่งให้ต้องย้ายออกจากพื้นที่เร็วขึ้น โดยอ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ ที่ต้องการลดความรุนแรง และป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามบานปลายมากกว่านี้
ขอบคุณข้อมูล : Chulalongkorn University, ฐานเศรษฐกิจ