ส่วนความหมายของวันต่างๆในช่วงประเพณีสงกรานต์ มีดังนี้
- วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า "วันมหาสงกรานต์" หมายถึง วันที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอีกครั้ง หลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่นๆ แล้วจน ครบ 12 เดือน
- วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า "วันเนา" แปลว่า วันอยู่ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์ เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอันเป็นราศีตั้งต้นปีเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว
- วันที่ 15 เมษายน เรียกว่า "วันเถลิงศก" เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ถือเป็นวันเริ่มศกใหม่ การกำหนดให้อยู่วันนี้ ก็เพื่อให้แน่ใจว่าดวงอาทิตย์โคจร ขาดจากราศีมีนมาสู่ราศีเมษแล้วอย่างน้อย 1 องศา
อย่างไรก็ดี หากดูประกาศสงกรานต์ ตามหลักโหราศาสตร์จะมีการคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันบ้าง อาทิ วันมหาสงกรานต์ อาจจะเป็นวันที่ 14 เมษายน แทนที่จะเป็นวันที่ 13 เมษายน แต่เพื่อให้จดจำได้ง่าย และไม่เกิดความสับสน จึงกำหนดเรียกตามข้างต้น
ทั้งนี้ วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันมหาสงกรานต์แล้ว รัฐบาลยังได้กำหนดให้เป็น "วันผู้สูงอายุแห่งชาติ" ส่วนวันที่ 14 เมษายน ของทุกปี รัฐบาลได้กำหนดให้เป็น "วันครอบครัว"
กิจกรรมสำคัญที่ทำในวันสงกรานต์
- การทำบุญตักบาตร นอกจากจะเป็นสร้างบุญกุศลให้กับตัวเอง ยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลนั้นให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว อีกทั้ง หลังจากทำบุญเสร็จ ก็จะมีการก่อเจดีย์ทรายอันเป็นประเพณีที่สำคัญในวันสงกรานต์ด้วย
- การรดน้ำ ถือได้ว่าเป็นการอวยพรปีใหม่ให้แก่กันและกัน น้ำที่นำมาใช้รดหัวในการนี้มักเป็นน้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา
- การสรงน้ำพระ เป็นการรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด ซึ่งในบางที่จะมีการจัดให้สรงน้ำพระสงฆ์เพิ่มเติมด้วย
- การบังสุกุลอัฐิ สำหรับเถ้ากระดูกของญาติผู้ใหญ่ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว มักทำที่เก็บเป็นลักษณะของเจดีย์ จากนั้น จะนิมนต์พระไปบังสุกุล
- การรดน้ำผู้ใหญ่ คือ การที่เราไปอวยพรผู้ใหญ่ที่เราให้ความเคารพนับถือ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะให้ศีลให้พรผู้ที่ไปรด
ขอบคุณที่มา
https://brh.moph.go.th/index.php/2019-02-27-04-12-21/476-2021-04-02-01-04-22
https://www.thansettakij.com/news/general-news/561097
หอสมุดแห่งชาติ
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
Wikipedia.org