ผู้สื่อข่าวถามถึง ประเด็นชาวกะเหรี่ยง ที่อยู่ในพื้นที่ประกาศของ อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) และการใช้แผนที่ อาจไม่เป็นธรรม สส.แบบบัญชีพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ที่บอกพี่น้องชาวกะเหรี่ยง อยู่ในพื้นที่ถ้ำผาไท ต้องเปลี่ยนคำถามใหม่ เนื่องจากอุทยาน กำลังจะมาทับพื้นที่ ของพี่น้องชาวกะเหรี่ยง
ชาวกะเหรี่ยงอยู่มาก่อน อุทยานฯ กำลังจะมาทับที่ของพี่น้อง กรณีกะเหรี่ยงบ้านกลาง อ.แม่เมาะ อยู่มาร้อยกว่าปีก่อนกฎหมายใด ๆ ก่อนป่าไม้จะประกาศด้วยซ้ำไป สิ่งสำคัญก็ต้องกลับมาหลักการเดิม คือการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ต่าง ๆ ชุมชนเห็นร่วมอยู่แล้ว ที่จะมีการอนุรักษ์
แต่จะทำอย่างไร ให้พื้นที่ที่เขาดูแลมาร้อย ๆ ปี และมันดีอยู่แล้ว ประชาชนก็อยากจะออกความคิดเห็น กันพื้นที่ทำกินที่อยู่อาศัยออก ทำให้ชัดเจนว่า พื้นที่อุทยานอยู่ตรงไหน พื้นที่ประชาชนอยู่ตรงไหน แต่ถ้าประกาศทับพื้นที่ประชาชน ผมคิดว่า ประชาชนมีเหตุผล ที่ออกมาคัดค้าน
ชาวบ้านโวย กรมอุทยานฯ ไม่ใช้แผนที่ที่ร่วมกันทำ
นายสมชาต รักษ์สองพลู ผู้ใหญ่บ้านบ้านกลาง หมู่ 5 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานฯ ในครั้งนี้ กล่าวว่า ชาวบ้านกว่า 10 หมู่บ้าน จะร่วมหารือกันว่า จะดำเนินการอย่างไร กับกรณีที่อุทยานฯ เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น
เพราะการที่กรมอุทยานฯ ระบุเหตุผลว่า ต้องรีบประกาศอุทยานฯ เนื่องจากมีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่านั้น เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และโยนควาผิดให้ชาวบ้าน เพื่อทำให้สังคมเข้าใจว่าชาวบ้านดูแดลเป่ากันเองไม่ได้
“เราดูแลป่าไม้กันมานับร้อย ๆ ปี จนเหลือป่าผืนใหญ่ ก่อนที่อุทยานฯ จะเข้ามาเสียอีก ผมถามว่า การที่อุทยานฯ ไปประกาศว่า มีการลักลอบตัดไม้ แล้วทำไมท่านถึงไม่จัดการ ผมเห็นในพื้นที่อุทยานฯ อื่น ๆ ที่ประกาศเป็นอุทยานฯ ไปแล้ว ก็มีการลักลอบตัดไม้และการลักลอบค้าสัตว์ป่า เพราะฉะนั้นอย่ามาบ่ายเบียง เพื่อให้สังคมเข้าใจผิด เพราะแท้ที่จริงแล้ว มันก็แค่ข้ออ้างที่พวกคุณ อยากเข้ามาควบคุมและจัดตั้งอุทยานฯ การใช้ข้ออ้างแบบนี้ ผมว่ายิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก เพราะให้ร้ายกัน”
นายสมชาติ กล่าวว่า ประเด็นที่ชาวบ้านติดใจมากก็คือ ในแผนที่ที่จะใช้แนบท้ายประกาศกฤษฏีกา เพราะแผนที่ฉบับที่อุทยานฯ เตรียมประกาศนั้น เป็นคนละฉบับที่เคยตกลงไว้กับชุมชน โดยชุมชนพยายามยืนยันแผนที่ ฉบับเมื่อปี 2563 ที่ชาวบ้านหมู่บ้านต่าง ๆ ได้ร่วมสำรวจกับอำเภอ และ อบต. รวมถึงอุทยานฯ
แต่ปรากฏว่า อุทยานฯ กลับไปใช้แผนที่เก่าเมื่อปี 2542 ซึ่งอุทยานฯ ทำขึ้นมาเอง โดยไม่รับฟังเสียงชาวบ้าน และแผนที่ดังกล่าว ทับซ้อนกับพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน รวมทั้งไม่ยอมกันพื้นที่ป่าจิตวิญญาณของชุมชนออก
นายธนากร สิงห์เชื้อ หัวหน้า อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการ) กล่าวว่า อุทยานเตรียมการถ้ำผาไทย เตรียมการเพื่อประกาศเป็น อุทยานแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2532 พื้นที่เดิมที่จะดำเนินการนั้น มี 7.5 แสนไร่ แต่เมื่อลงพื้นที่ เดินสำรวจร่วมกับชาวบ้าน และผู้นำชุมชนต่าง ๆ เพื่อจะกันพื้นที่ ทั้งเป็นป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน เพื่อเป็นไปตามมาตรา 8 ใน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติแล้ว เหลือพื้นที่ ที่จะต้องประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เพียง 4.4 แสนไร่
"สำหรับพื้นที่ทั้งหมด ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านทั้งหมดแล้ว ส่วนพื้นที่ที่ได้กันออก มี 7 ชุมชน 2 อำเภอ คือ อ.แม่เมาะ กับ อ.งาว ซึ่งเป็นที่อยู่เดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ หลายหมื่นไร่ ยืนยันว่า อุทยานไม่ได้มีอคติกับชาวบ้านกลุ่มพื้นที่ใด และพยายามทำความเข้าใจกับทุกกลุ่ม เพื่อให้การประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติครั้งนี้ไม่มีปัญหา และเป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย