ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพฯและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ออกประกาศ 08 กรกฎาคม 2566
ขอขอบคุณที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา
การคาดหมาย สภาพอากาศ อีก 7 วันข้างหน้า
ระหว่างวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตลอดช่วง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในขณะที่ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ค. 66 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตลอดช่วง
ข้อควรระวัง :
ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ค. 66 ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยตลอดช่วง
ออกประกาศ 08 กรกฎาคม 2566 12:00 น.
เกาะติดรายงานอากาศประจำวัน กรมอุตุฯ คาดหมายอากาศรายภาค ช่วงระหว่างวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 14 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 38 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในวันที่ 8 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 9 - 14 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 14 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 38 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 14 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1 – 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 14 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ค. และ 13 - 14 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 12 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 14 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส
ออกประกาศ 08 กรกฎาคม 2566 12:00 น.
เปรียบเทียบผลการพยากรณ์และตรวจวัดฝน 24 ชม.ที่ผ่านมา : ประเทศตอนบนยังมีฝนน้อย ฝนส่วนใหญ่ยังเกิดขึ้นด้านรับมรสุม โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งอันดามัน ฝนมากที่สุด วัดได้ 64.0 มม. อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ส่วน กทม. จากรายงานฝนของสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร มีฝนบางแห่ง มากที่สุด วัดได้ 19.0 มม เขตมีนบุรี
เกาะติดปริมาณฝน รายงานโดยกรมอุตุนิยมวิทยา
พยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.) 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง ุ8-17 ก.ค. 66 อัพเดท 2023070712 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) :
🎯วันนี้ (8 ก.ค. 2566) ถึง 10 ก.ค.2566 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม ทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยจะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทย มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนมากด้านรับมรสุม (ภาคเหนือด้านตะวันตก ภาคกลาง กทม.ปริมณฑล ภาคตะวันออก)
ส่วนภาคอีสานตอนบน ยังมีฝนน้อย เนื่องจากลิ่มความกดอากาศสูงจากมหาสมุทรแปซิฟิกแผ่ปกคลุมทางภาคอีสานตอนบน ทิศทางลมยังแปรปรวน ฝนยังเกิดขึ้นในช่วงบ่ายถึงค่ำ ส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง
สำหรับภาคใต้ด้านรับมรสุม (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่) จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมฝั่งอันดามันยังมีคลื่นสูง ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือ ชาวประมงเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้
🎯 ช่วง 11 -15 ก.ค. 2566 ฝนยังตกได้บางพื้นที่
และ 16 -17 ก.ค. 2566 ฝนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งด้านรับมรสุม และภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก
ระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุ
(ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ)
เผยพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตลอดช่วง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในขณะที่ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ค. 2566 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตลอดช่วง
ข้อควรระวัง: ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ค. 2566 ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยตลอดช่วง
รายงานข่าว สถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วง (7 - 8 ก.ค. 2566): ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว
- ขนาด 4.3, 4.7, 4.4, 4.9,4.9 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเวียดนาม
- ขนาด 3.0,3.3,2.1 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา และ
- ขนาด 1.8 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศลาว
ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด
เช็กพื้นที่เสี่ยงภัย ได้ตรงนี้ >>
รายงานล่าสุด >> ด้านรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดมาจากทะเล คือ ชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งจะมีฝนตกใต้มากกว่าที่อื่น และลมมรสุมก็สามารถพัดขึ้นฝั่งเดินทางไปทั่วประเทศไทย ทำให้ 2-3 วันนี้ ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น