รายงานข่าวสุดพีคครั้งนี้ มีการเปิดเผยไว้ว่า
หญิงสาวเริ่มทำงานที่บริษัทดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีชั่วโมงทำงานคือ 09.30-18.30 น. ซึ่งเมื่อถึงเวลา 18.34 น. เธอก็ส่งข้อความไปถามเจ้านายว่า "มีงานอะไรเหลืออีกไหม ถ้าไม่มี ฉันจะเลิกงานแล้วนะคะ" แต่ทางหัวหน้าไม่ได้ตอบอะไร เธอจึงเก็บข้าวของออกจากบริษัทไป
ในวันที่ 2 ของการทำงานก็เช่นกัน หญิงสาวส่งข้อความไปหาเจ้านายตอนเวลา 18.33 น. ว่า "มีอะไรที่ต้องทำอีกไหมคะ ถ้าไม่มี ฉันขอตัวเลิกงานก่อนนะคะ" และเช่นเคย เธอไม่ได้รับข้อความตอบกลับจากเจ้านาย หญิงสาวจึงเลิกงานกลับบ้านไป โดยไม่คิดว่าในเช้าวันต่อมา อยู่ ๆ ก็ถูกเจ้านายเรียกไปตำหนิเรื่องที่เธอละทิ้งงานไป โดยเขาถามว่า "คุณส่งข้อความแบบนี้มา หมายความว่ายังไง" และชี้ว่าตอนที่เขาต้องการจะมอบหมายงานให้ เธอกลับออกไปจากบริษัทแล้ว
หญิงสาวคิดว่าตัวเองทำไม่ผิด โดยเธอได้อธิบายเหตุผลว่า "ฉันได้แจ้งหัวหน้างานแล้วค่ะ แต่คุณไม่ตอบฉัน"
แต่กลับถูกทางเจ้านายสวนกลับมาว่า
"ฉันต้องตอบเธอภายในไม่กี่วินาทีหรือไง?"
ผลลัพธ์ก็คือ สุดท้ายหญิงสาว นางสาวหวัง ถูกเลิกจ้าง
โดยทางบริษัทฯ ได้ระบุเหตุผลในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง คือมีเรื่องขัดแย้งกับเจ้านายอย่างไร้เหตุผล ขาดวินัยในการทำงาน และไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทมาเป็นอันดับแรก
ทั้งนี้ หญิงสาวกล่าวว่า เธอเข้าใจดีเรื่องที่งานในแวดวงอุตสาหกรรมโฆษณา ต่างมีปัญหาเรื่องการทำงานล่วงเวลา ซึ่งเธอก็ยอมรับในจุดนั้น ถึงได้เลือกมาทำงานที่นี่ เธอยอมรับได้ที่เขาบ่นเธอเรื่องการเลิกงานตรงเวลาในวันก่อน ๆ แต่เธอไม่อาจยอมรับ ถ้าเขาจะใช้มันเป็นเหตุผลในการกล่าวหาเธออย่างไม่เคารพกัน
ดังนั้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนั้น หญิงสาว นางสาวหวัง เธอจึงเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการ เพื่อขอให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยให้ตามกฎหมาย