“หมอนรองกระดูกคอเสื่อม” คืออะไร
หมอนรองกระดูกคอ ทำหน้าที่เป็นตัวรองรับแรงกระแทกระหว่างกระดูกสันหลังส่วนคอ เมื่อใช้งานหนักหรือเสื่อมตามอายุ หมอนรองกระดูกอาจสูญเสียความยืดหยุ่น โป่งนูน หรือเคลื่อนตัวออกมากดทับเส้นประสาทและไขสันหลัง
ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจมีเพียงอาการปวดตึงต้นคอหรือบ่าเท่านั้น แต่หากอาการรุนแรงขึ้น อาจเริ่มมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
3 สัญญาณอันตราย ที่ไม่ควรมองข้าม
แพทย์เตือนว่า หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับอาการปวดคอ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าหมอนรองกระดูกเริ่มกดทับเส้นประสาทแล้ว
1. ปวดร้าวเหมือนไฟช็อต
อาการปวดไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณต้นคอ แต่ปวดร้าวลงสะบัก ไหล่ หรือแขน บางรายอาจปวดลามไปจนถึงปลายนิ้ว โดยเฉพาะเวลาเงยหน้า หรือเอียงคอ
ลักษณะอาการปวดมักคล้ายถูกไฟช็อต หรือมีความรู้สึกเสียวแปลบตามแนวแขน ซึ่งเป็นอาการที่บ่งชี้ว่าเส้นประสาทกำลังถูกกดทับ
2. มือชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับมากขึ้น อาจเริ่มมีอาการชามือ หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด ติดกระดุมลำบาก หรือทำของตกจากมือบ่อยกว่าปกติ
อาการเหล่านี้สะท้อนว่าการทำงานของเส้นประสาทเริ่มผิดปกติ และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน
3. เดินเซ หรือขากระตุกเอง
ถือเป็นสัญญาณอันตรายระดับรุนแรง เพราะอาจหมายถึง “ไขสันหลัง” ถูกกดทับแล้ว
ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเดินไม่มั่นคง ขาอ่อนแรง หรือมีอาการกระตุกโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนถาวร
นอกจากนี้ หากเวลาไอหรือจามแล้วมีอาการเสียววาบลงแขนหรือหลัง อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าหมอนรองกระดูกกำลังกดเบียดเส้นประสาทอย่างรุนแรง