ทั้งนี้ ในแผนงานปีงบประมาณ 2569 ทางจังหวัดมีเป้าหมายคัดกรองและจัดทำสมุดประจำตัวให้ชาวบ้าน จำนวน 1,700 ราย โดยในพิธีวันที่ 23 พ.ค. นี้ จะมีการส่งมอบสมุดประจำตัวลอตแรก ให้แก่ตัวแทนชาวบ้านจำนวน 600 ราย แบ่งเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอลับแล จำนวน 200 ราย อำเภอน้ำปาด จำนวน 200 ราย และอำเภอท่าปลา จำนวน 200 ราย
แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยเบื้องหลังความสำเร็จในการผลักดันการออกหนังสืออนุญาตให้ทำกินในพื้นที่ คทช. ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ว่า มีจุดเริ่มต้นจากการประสานงานและติดตามอย่างกัดไม่ปล่อยของ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีตนักการเมืองระดับแกนนำของจังหวัด
การออกแรงผลักดันของนายศรัณย์วุฒิในห้วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้อุตรดิตถ์กลายเป็น "จังหวัดที่ 3 ของประเทศ" ที่ได้รับอนุญาต คทช. แบบยกระดับครอบคลุมทั้งจังหวัด รวมพื้นที่ป่าทั้งหมด 11 ป่า ซึ่งยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้เพียงแค่แก้ปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่เขต 2 (ฐานที่มั่นเดิม) เท่านั้น แต่ยังส่งอานิสงส์ข้ามเขตไปครอบคลุมถึงพื้นที่อำเภอลับแล อำเภอเมือง และอำเภอตรอน อีกด้วย ถือเป็นการขยายฐานมวลชนผ่านนโยบายรัฐที่จับต้องได้
ปัจจุบัน ฐานเสียงและภารกิจการสานต่อนโยบายเรื่องที่ดินทำกินดังกล่าว ได้ถูกเปลี่ยนผ่านและส่งไม้ต่อมาถึงรุ่นลูก คือ นางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ เขต 2 ซึ่งเข้ามามีบทบาทหลักในการประสานงานกับหน่วยงานรัฐ และติดตามผลักดันโครงการอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การลงพื้นที่เพื่อมอบสมุดประจำตัวสิทธิ์ที่ดินทำกิน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในที่สุด
สำหรับความสำเร็จของโครงการจัดสรรที่ดินทำกินในอุตรดิตถ์ลอตนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลงานที่สอดรับกับจังหวะก้าวทางการเมือง ในยุคที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งวางคีย์เวิร์ดสำคัญในการให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้อง และสิทธิที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนระดับฐานราก
การลงพื้นที่ของ ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ ในวันที่ 23 พ.ค. นี้ จึงไม่ต่างอะไรกับการประกาศความสำเร็จของนโยบายรัฐบาล ที่ผนวกเข้ากับแรงผลักดันของตระกูลการเมืองในพื้นที่ ซึ่งได้ใจมวลชนไปเต็ม ๆ 1.9 แสนไร่