เนชั่นทีวี

Exclusive

ส้มเจ็บไม่จำ “ณัฐพงษ์” วนลูปเลี้ยวซ้าย “ปิยบุตร” หลบหลังเลี้ยวขวาผิดสูตร

22 พ.ค. 2569 | ขุนน้ำหมึก

ส้มเจ็บไม่จำ “ณัฐพงษ์” วนลูปเลี้ยวซ้าย “ปิยบุตร” หลบหลังเลี้ยวขวาผิดสูตร

เจ็บช้ำจำไม่ลืม “ณัฐพงษ์” เดินหน้าเลี้ยวซ้าย “ปิยบุตร” ถอยหลังพลาดเลี้ยวขวา Grand Compromise ล่มสลาย

22 พฤษภาคม 2569 เลี้ยวซ้าย เท้ง ณัฐพงษ์ สวมวิญญาณ ปิยบุตร เดินหน้าชนเพดานรอบใหม่ ลบภาพส้มเลี้ยวขวา Grand Compromise 


บทเรียนเจ็บช้ำจำไม่ลืม ส้มเสียเหลี่ยมค่ายบุรีรัมย์เข็น MOA ยึดอำนาจ วันนี้หัวหน้าเท้งวิพากษ์ระบอบสีน้ำเงิน


วันที่ 22 พ.ค. 2569 ในวาระครบรอบ 12 ปี รัฐประหารโดย คสช. “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ จากรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 สู่การเมืองระบอบสีน้ำเงิน
 

 

“แม้ว่าวันนี้ประเทศไทยจะไม่อยู่ภายใต้รัฐบาล คสช. อีกแล้ว แต่สังคมการเมืองไทยยังอยู่ภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ 60...”

 

พูดตรงๆ คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” หัวหน้าพรรคส้ม มิได้หมายถึงพรรคภูมิใจไทยหรือบ้านใหญ่บุรีรัมย์ หากแต่กล่าวถึง “รัฐพันลึก” องคาพยพชนชั้นนำ


เหมือนวันที่ 20 พ.ค. 2569 พรรคประชาชนออกคำแถลงผ่านเฟซบุ๊กของพรรค กรณี “องคมนตรี” ประชุมร่วมกับ “นายกรัฐมนตรี” ในบอร์ดจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ส่อสุ่มเสี่ยงขัดหลักการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อาจเข้าข่ายกระทำการมิบังควร

วันที่ 21 พ.ค. 2569 “หัวหน้าเท้ง” แถลงข่าวซ้ำที่อาคารรัฐสภา โดยย้ำว่า

 

“การที่จะทำให้ตัวสถาบันพระมหากษัตริย์ไ ม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการดำเนินนโยบายสาธารณะ ที่เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารโดยตรง เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพึงกระทำ”

 

วลีหนึ่งที่หลุดปากจากหัวหน้าเท้งคือ “อย่าดึงฟ้าต่ำ” ทำเอาด้อมส้มรู้สึกสะใจ และยกมือเชียร์สุดตัว


ความเคลื่อนไหวของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เหมือนสวมวิญญาณอาจารย์ป๊อก ปิยบุตร ขึ้นสังเวียนหนนี้ มีปฏิกิริยาโต้กลับจากอินฟลูเอนเซอร์ฝั่งอนุรักษนิยมอย่างรุนแรง


ขณะที่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองมองว่า ท่าทีชนเพดานของหัวหน้าพรรคประชาชน น่าจะเป็นเกม “เลี้ยวซ้าย” กลับไปสู่จุดยืนเดิมพรรคก้าวไกลยุคเดินหน้าหาเสียงด้วยนโยบายแก้ ม.112


เนื่องจากก่อนการเลือกตั้งปี 2566 “กรมการเมือง” หลังม่านพรรคส้มเดินเกมพลาด “เลี้ยวขวา” ด้วยหวังประนีประนอมกับชนชั้นนำ แต่เจอเกมหักหลัง น้ำเงินชิงยุบสภา 
 

 

หัวหน้าเท้ง มาดใหม่ไม่ประนีประนอม

การประนีประนอมในฝัน

 

ปลายปี 2565 “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” หนุน “MOA ส้ม-น้ำเงิน” ทำให้ “อนุทิน” นั่งนายกฯ เหมือนสามล้อถูกหวย


ต่อมา “ธนาธร” ประกาศว่า นี่คือ Grand Compromise การประนีประนอมครั้งใหญ่ของฝ่ายก้าวหน้ากับชนชั้นนำ ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแทน


เมื่อพลิกไปอ่านหนังสือชื่อ “โรคไร้เดียงสาของฝ่ายซ้ายในขบวนการคอมมิวนิสต์” ที่ศาสดาเลนินเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1920 จึงพอเข้าใจที่มาของ Grand Compromise


สมัยโน้น “เลนิน” เขียนเรื่องนี้ต้องการเตือนนักปฏิวัติรุ่นใหม่ที่ใจร้อนสุดโต่ง จนปฏิเสธยุทธวิธีที่ยืดหยุ่นและการประนีประนอมกับสถาบันของชนชั้นนายทุน เช่น พรรคคอมมิวนิสต์ควรเข้าไปร่วมทำงานกับพรรคการเมืองของนายทุนในรัฐสภา


ไม่น่าเชื่อโรคไร้เดียงสาของฝ่ายซ้ายจะข้ามกาลเวลามาถึงยุคดิจิทัล แต่สุดท้ายแกนนำหลังม่านพรรคส้ม ถูกชนชั้นนำหลอกต้ม ส่งผลให้ความฝัน Grand Compromise ไม่เป็นจริง


ศาสดาสีส้ม “ธนาธร” จึงต้องขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงเลือกตั้งปี 2566 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยมีการหยิบยกเรื่อง 100 ปี การอภิวัฒน์สยาม ชัยชนะของคณะราษฎร 2475 มาปลุกใจด้อมส้มให้ฮึกเหิม แต่มันก็สายเกินไป
 

 

ปิยบุตร หันไปศึกษางานเขียนของเลนิน ปรมาจารย์พรรคปฏิวัติ

 

ขอพักใจหลังพลาด

 

พิษร้าย “MOA ส้ม-น้ำเงิน” เอื้อต่อการใช้อำนาจรัฐ และทุกองคาพยพของ “รัฐพันลึก” อุ้มพรรคภูมิใจไทย จนเป็นพรรคอันดับ 1 คว้า ส.ส. ได้ 192 ที่นั่ง และพรรคประชาชนได้ ส.ส. เป็นอันดับที่ 2


ปี 2566 พรรคก้าวไกลได้คะแนนนิยมมหาชน 14 ล้านเสียง แต่มาถึงยุคพรรคประชาชนกลับลดเหลือ 9 ล้านเสียง


หลังส้มพ่ายแพ้ได้แค่อันดับ 2 “อาจารย์ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอยุติบทบาทผู้ช่วยหาเสียง และวางมือทางการเมือง โดยหันไปทำงานวิชาการเหมือนก่อนที่จะเข้าร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

 

“ผมเริ่มอ่านงานของเลนินแบบจริงจังตอนปี 2017 ครบรอบ 100 ปี ปฏิวัติรัสเซีย...”

 

การศึกษาผลงานของ “เลนิน” ศาสดาผู้ต้นแบบพรรคปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพนั้นเป็นภารกิจใหม่ของอาจารย์ป๊อก


คาดว่า คงจะได้อ่านงานเขียนบทเรียนโรคไร้เดียงสาของฝ่ายซ้ายไทย นัยว่า “ปิยบุตร” ได้แนะนำแกนนำส้มในบางเรื่อง ตอนโหวตตาม MOA แต่ซ้ายใหม่ไม่ฟัง จึงพังไม่เป็นท่า