ด้าน "นางสาวพัชรา" กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา น้องกุนอยู่ในการดูแลของเนอสเซอรี่เด็กดีมิตรไมตรีของครูแอน ตามที่ตนได้ว่าจ้างให้เป็นผู้ดูแลน้องกุน จากนั้นในช่วงบ่ายตนได้รับแจ้งจากครูพี่เลี้ยงว่าน้องไม่หายใจ อยู่ระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาลเวชการุณรัศมิ์ มีการปั้มหัวใจจนน้องกลับมามีชีพจรอีกครั้ง ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลนพรัตน์ และเสียชีวิตในวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ยังคาใจกรณีที่"เนอสเซอรี่"บอกว่ากล้องวงจรปิดเสียทำให้ไม่มีภาพวันเกิดเหตุ จุดนี้ถือว่าผิดปกติมาก หลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาว่าครอบครัวตนรับเงินเยียวยาไปแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะตั้งแต่เกิดเหตุไม่เคยมีคนที่เนอสเซอรี่มาร่วมงานเลย มีเพียงพวงหรีดส่งมาร่วมงานศพวันสุดท้ายเท่านั้น ที่ผ่านมาเจอหน้ากันเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่สถานีตำรวจหนองจอก ดังนั้นเรื่องนี้ทางครอบครัวหารือกันแล้วว่าจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานทางสังคม ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดกับครอบครัวอื่นอีก
"เราอยากให้สถานรับเลี้ยงเด็กกว่า 1,385 ทั่วประเทศมีปลอดภัยจริง ๆ สำหรับลูกหลาน และอยากวิงวอนไปยังเจ้าหน้าที่ กระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเร่งทำความจริงให้ปรากฏ และอำนวยความยุติธรรมให้กับเราโดยเร็ว เพราะทุกวันนี้ตัวเองก็ต้องพึ่งหมอช่วยรักษาอาการซึมเศร้า อย่างน้อยเมื่อเราได้รับความยุติธรรมมันอาจจะช่วยเยียวยาจิตใจของเราได้บ้าง เพราะเราคือผู้สูญเสีย ชีวิตยังไม่รู้จะไปต่ออย่างไร" นางสาวพัชรา กล่าว
ขณะที่ "นางสาวสุนีย์" กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าวยื่นขออนุญาตเปิดกิจการเมื่อปี 2560 และต่อใบอนุญาตทุกปี อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุการณ์ทางกรมกิจการเด็กฯ ได้มีหนังสือแจ้งให้ปิดกิจการแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้ส่งเอกสาร ข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณาคดีไปให้สถานีตำรวจหนองจอกตามที่ได้ร้องขอมาแล้ว และจะช่วยติดตามเร่งรัดคดีอีกทางหนึ่ง
สำหรับข้อเรียกร้องที่ให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมงนั้น อาจจะกลายเป็นการละเมิดสิทธิเด็กได้ แต่กฎกระทรวงกำหนดให้พี่เลี้ยงอยู่กับเด็กตลอด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางกรมฯ มีแผนถอดบทเรียนและนำข้อมูล ข้อเสนอแนะต่างๆ มาปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อให้การดูแลเด็กได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวใดก็ตาม
สำหรับสถานรับเลี้ยงเด็กไม่เกิน 6 คน ไม่ต้องขออนุญาตนั้น ทางหน่วยงานอาจจะมีข้อจำกัดในการเข้าถึง แต่ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้สามารถแจ้งมาที่สายด่วน 1300 ได้ตลอด หรือแจ้งผ่านเฟสบุ๊คกรมฯ เราจะส่งพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป