เนชั่นทีวี

ข่าว

ให้ผู้เสียหายยื่นขอคุ้มครองสิทธิ คดีโกงเงินสหกรณ์ตำรวจพัทลุง พันกว่าล้าน

11 ก.พ. 2566 | sirisak_rue

ให้ผู้เสียหายยื่นขอคุ้มครองสิทธิ คดีโกงเงินสหกรณ์ตำรวจพัทลุง พันกว่าล้าน

"ปปง." ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ คดีอดีตผจก. โกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง พันกว่าล้านบาท ภายใน 90 วัน

วานนี้ (10 ก.พ.66) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่องให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิจากการกระทำความผิดมูลฐาน

ด้วยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) ในความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ รายคดี “นางสาวสุภา สุวรรณเดชากุล” กับพวก มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน (เก้าสิบวัน) นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49/1 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2565 จึงขอให้บุคคลผู้ได้รับความเสียหายโดยตรง จากการกระทำความผิดมูลฐานในรายคดีดังกล่าว และไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น

ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดแห่งความเสียหาย และจำนวนความเสียหาย ที่ได้รับต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินภายใน 90 วัน (เก้าสิบวัน) นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ รายละเอียดการยื่นคำร้อง

ประกาศ ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ให้ผู้เสียหายยื่นขอคุ้มครองสิทธิ คดีโกงเงินสหกรณ์ตำรวจพัทลุง พันกว่าล้าน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดการทุจริตภายในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด มูลค่าความเสียหายกว่า 1,500 ล้านบาท โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ก่อนพบการกระทำความผิดเป็นขบวนการ ตั้งแต่การปลอมแปลงเอกสารการจ่ายเงินให้กู้แก่สมาชิก เอกสารการฝาก-ถอนเงินสมาชิก และตกแต่งบัญชีเพื่อสั่งจ่ายเช็คเงินปันผลให้สมาชิกที่ไม่มีตัวตน หรือ บัญชีผี

จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทราบว่าผู้ต้องหา เป็นอดีต ผจก.สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด และเป็นหัวหน้าขบวนการดังกล่าว ก่อนหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงนำกำลังตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

สรุปในคดีนี้ได้มีการดำเนินคดี ผู้ต้องหาไปแล้วทั้งสิ้น 27 ราย แบ่งเป็นผู้จัดการและเจ้าหน้าที่สหกรณ์ 12 รายข้าราชการตำรวจอยู่ในราชการ 6 ราย ขณะกระทำความผิดมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ รองประธาน และเหรัญญิก มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเช็ค และเป็นอดีตข้าราชการตำรวจเกษียณราชการ 3 คน บุคคลภายนอก 5 คน เป็นสมาชิกสมทบ ผู้นำเช็คไปขึ้นเงิน/รับโอนเงิน เป็นโปรแกรมเมอร์ และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีภาคเอกชน

ขณะเดียวกันได้มีปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 74 เป้าหมายในพื้นที่ 9 จังหวัด เพื่อตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด ยึดอายัดทรัพย์สินได้มูลค่ากว่า 694 ล้านบาท เป็นบัญชีผู้ต้องหาจำนวน 37 บัญชี เงินคงเหลือในบัญชี 4,369,867.76 บาท บ้านพร้อมที่ดิน 28 หลัง ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 28 หลัง ห้องชุด 6 ห้อง ที่ดินเปล่า (โฉนด) 13 แปลง ที่ดินเปล่า (นส.3 ก.) 11 แปลง รีสอร์ต 1 แห่ง ตลาดสดนาโยง จังหวัดตรัง เนื้อที่ 6 ไร่ อายัดทุนเรือนหุ้นสหกรณ์ รถยนต์ 19 คัน รถจักรยานยนต์ 12 คัน

อีกทั้งได้เข้าตรวจค้นเพิ่มเติมอีก 25 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี นครศรีธรรมราช ตรัง และพัทลุง ยึดอายัดทรัพย์สินได้เพิ่มเติมอีกกว่า 309 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้าน จำนวน 7 หลัง โฉนดที่ดิน 5 แปลง  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 5 จุด ที่ดินตามโฉนดที่ดิน จำนวน 18 จุด อายัดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 52,311,640 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินตรวจยึดได้ทั้งหมด 1,003,753,140 บาท

สำนวนการสอบสวนในคดีนี้ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานกว่า 959 ราย เอกสารในสำนวนมีมากกว่า 50,000 แผ่น พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาทั้ง 26 รายตามฐานความผิดทุกข้อกล่าวหา สรุปสำนวนเตรียมเสนออัยการต่อไป ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย เป็นความผิดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ ได้แยกทำสำนวนเสนอส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อดำเนินการอีกส่วนหนึ่งแล้ว ในส่วนของทรัพย์สินที่มีการตรวจยึดอายัดทั้งหมดรวมกว่า 900 ล้านบาท ได้แยกสำนวนเป็นคดีฟอกเงินอีกส่วนหนึ่ง และจะเร่งสรุปสำนวนเสนออัยการในชั้นต่อไป

ข่าวล่าสุด