- ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 38-95 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 48-112 มคก./ลบ.ม.
- ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 37-127 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 36-61 มคก./ลบ.ม.
- ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 13-34 มคก./ลบ.ม.
- กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 53-97 มคก./ลบ.ม.
ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์
สำหรับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
เช็กลิสต์อันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูง (AQI) 1-10 ของโลก (อัปเดต ณ เวลา 09.00 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566) ข้อมูลจาก IQAir
1.มุมไบ ประเทศอินเดีย ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 185 AQI
2.อู่ฮั่น ประเทศจีน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 184 AQI
3.เฉินตู ประเทศจีน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 181 AQI
4.กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 177 AQI
5.อัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 176 AQI
6.การาจี ประเทศปากีสถาน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 173 AQI
7.ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 171 AQI
8.ฉงชิ่ง ประเทศจีน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 170 AQI
9.ธากา ประเทศบังคลาเทศ ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 169 AQI
10.เดลี ประเทศอินเดีย ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 169 AQI
คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 2-8 กุมภาพันธ์ 2566 ดังนี้
- วันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2566 พื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลควรเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่ง และปิด โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่พื้นที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และใต้
- พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วง 6 -8 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ควรเฝ้าระวังบริเวณภาคเหนือตอนบนและล่าง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2566