ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักบางแห่ง มีดังนี้
ในช่วงวันที่ 23 - 25 มกราคม 2566
ภาคใต้ : จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล
ส่วนในช่วงวันที่ 27 - 30 มกราคม 2566
ภาคใต้ : จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลา 17.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลา 05.00 น.
(ลงชื่อ) ชมภารี ชมภูรัตน์
(นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์)
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
เกาะติดพยากรณ์อากาศ คาดหมาย 7 วันข้างหน้า
ในช่วงวันที่ 24 - 26 ม.ค. 2566 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 4 – 6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2 – 3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2 -3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ในช่วงวันที่ 27 - 29 ม.ค. 2566 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยบริเวณอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศแห้งไว้ด้วย สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ตลอดช่วง
ออกประกาศ 23 มกราคม 2566 11:00 น.
คาดหมายอากาศรายภาค ในช่วงระหว่างวันที่ 23 – 29 มกราคม พ.ศ. 2566
ภาคเหนือ
- ในช่วงวันที่ 24 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 13 – 18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2 – 10 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม.
- ส่วนในช่วงวันที่ 25 – 29 ม.ค. 66 อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2 - 3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
- อุณหภูมิต่ำสุด 9 – 18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 – 31 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2 – 10 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.
ชมคลิป พยากรณ์อากาศภาคเหนือ ประจำวันที่ 23 มกราคม 2566
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ในช่วงวันที่ 24 – 26 ม.ค. 66 อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 4 - 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
- อุณหภูมิต่ำสุด 10 – 18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 – 32 องศาเซลเซียส
- ส่วนในช่วงวันที่ 27 – 29 ม.ค. 66 อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
- อุณหภูมิต่ำสุด 8 – 18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25 – 30 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3 – 10 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม.
ภาคกลาง
- อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2 - 3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ตลอดช่วง
- อุณหภูมิต่ำสุด 15 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 32 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.
ชมคลิป พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 23 มกราคม 2566 >>
ภาคตะวันออก
- อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2 - 3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ตลอดช่วง
- อุณหภูมิต่ำสุด 15 – 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 32 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- ทางตอนบนของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ในช่วงวันที่ 24 – 26 ม.ค. 66
- ทางตอนล่างของภาค มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
- ในช่วงวันที่ 24 - 26 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- ส่วนในช่วงวันที่ 27 – 29 ม.ค. 66
- ตั้งแต่จ. สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- ตั้งแต่จ.นครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
ชมคลิป พยากรณ์อากาศภาคใต้ฝั่งตะวันออก >>
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ตลอดช่วง
ในช่วงวันที่ 24 - 26 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 27 – 29 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
ชมคลิปพยากรณ์อากาศภาคใต้ฝั่งตะวันตก >>
กรุงเทพฯและปริมณฑล
อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2 - 3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ตลอดช่วง
อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.
ออกประกาศ 23 มกราคม 2566 11:00 น.
พยากรณ์อากาศรายเดือน กุมภาพันธ์ 2566
การคาดหมาย บริเวณประเทศไทยตอนบน
ประมาณครึ่งแรกของเดือน
ลักษณะอากาศยังคงมีอากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไป
โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับจะมีหมอกหนาในหลายพื้นที่
จากนั้น ลักษณะอากาศจะแปรปรวน โดยจะมีฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่
และอุณหภูมิจะสูงขึ้น แต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระยะๆ
โดยจะมีกำลังอ่อนลงและไม่ต่อเนือง สำหรับบริเวณภาคใต้
จะมีฝนบางแห่งในบางวัน คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง
บางช่วงจะมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง
และจะเริ่มเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้
สรุปเดือนนี้ คาดว่า ประเทศไทยอุณหภูมิเฉลี่ยจะใกล้เคียงค่าปกติ
เว้นแต่ภาคเหนือจะสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย
สำหรับปริมาณฝนรวมประเทศไทยตอนบนจะใกล้ค่าปกติ ส่วนภาคใต้จะน้อยกว่าค่าปกติร้อยละ 10
ข้อควรระวัง
ข้อควรระวังเดือนนี้มักจะมีคลื่นกระแสลมตะวันออก เคลื่อนจากทะเลจีนใต้ตอนล่าง ผ่านปลายแหลมญวน แล้วเคลื่อนเข้าสู้ภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ประชาชนจึงควรติดตามข่าวพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
ออกประกาศ 01 กุมภาพันธ์ 2566