นอกจากนี้คนมีความเสี่ยงสูงมากที่จะป่วยรุนแรง หรือมีโอกาสที่เชื้อไวรัสโควิดจะคงอยู่ในร่างกาย (persistent) เป็นเวลานานทำให้ป่วยแล้วป่วยอีก ตัวอย่างเช่น คนแก่มากๆ มีโรคประจำตัวหลายๆโรคและไม่เคยได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว หรือเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกำลังรับยาเคมีบำบัด และคนที่ได้รับยาเคมีบำบัดครบแล้ว ถ้าเป็นไปได้แนะนำรีบให้ยาต้านไวรัส 2 ขนานคือ แพ็กซ์โลวิดและเรมเดซิเวียร์คู่กัน (dual) เพราะให้ยาตัวใดตัวหนึ่งอาจให้ผลลัพธ์ดีไม่เท่ายา 2 ขนานพร้อมกัน บางคนอาจเสริมด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดสำเร็จรูป Evusheld ตั้งแต่ต้น ต้องรีบใช้ Evusheld ให้หมด เพราะในอนาคตเชื้อไวรัสสายพันธุ์ XBB เชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่เข้าไทยเมื่อไหร่ Evusheld จะใช้ป้องกันและรักษาไวรัสสายพันธุ์ XBB ไม่ได้
ผู้หญิงอายุ 69 ปีเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เพิ่งได้ยาเคมีบำบัดครั้งแรก ได้รับวัคซีนแอสตร้า 2 เข็ม และไฟเซอร์ 1 เข็ม ปวดเมื่อยตัว มีไข้ต่ำๆ 1 วัน ตรวจ ATK บวก ระดับออกซิเจนปกติ เอกซเรย์ปอดปกติ
ให้ยาฉีดเรมเดซิเวียร์และยากินแพ็กซ์โลวิดคู่กันนาน 5 วัน และให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป Evusheld ฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่สะโพก 2 ข้างตั้งแต่วันแรก คนไข้รับยาได้โดยไม่มีผลข้างเคียง นอนในโรงพยาบาล 5 วัน ดีขึ้น เอกซเรย์ปอดก่อนกลับบ้านปกติ ติดตาม 2 สัปดาห์หลังเริ่มติดเชื้อไวรัสโควิด ไม่มีอาการ อนุญาตให้รับเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองต่อไป
ยาต้านไวรัส ที่องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาอนุมัติให้ใช้รักษาโรคโควิด-19 มีเพียง 3 ขนาน ยาฉีด 1 ขนาน คือยาเรมเดซิเวียร์ ยากิน 2 ขนาน คือยาแพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) และโมลนูพิราเวียร์
ยาแพ็กซ์โลวิดมีประสิทธิภาพสูงกว่ายาโมลนูพิราเวียร์ แต่มีข้อห้ามใช้ในกรณีที่กำลังกินยาบางชนิดอยู่ เพราะอาจมีปฏิกิริยาต่อกันของยา (Drug Interaction) ซึ่งอาจจะเสริมฤทธิ์กันหรือต้านฤทธิ์กัน ส่งผลต่อผลการรักษาหรือเกิดผลข้างเคียง
ทั่วโลกกำลังรอยาต้านไวรัสชนิดกินตัวใหม่ ยาเรมเดซิเวียร์ได้ผลดีเมื่อฉีดเข้าเส้นเลือดเท่านั้น ถ้านำมากินไม่ได้ผลเพราะไม่ดูดซึมผ่านกระเพาะลำไส้ นักวิทยาศาสตร์จีนได้สังเคราะห์ยากินคล้ายกับยาฉีดเรมเดซิเวียร์ สามารถดูดซึมผ่านกระเพาะลำไส้เข้ากระแสเลือดได้ดี นำมาใช้เป็นยาต้านไวรัสตัวใหม่ วีวี116 (VV116)
โดยได้ทำการศึกษาวิจัยควบคุมแบบสุ่มระยะที่ 3 เปรียบเทียบยาต้านไวรัส วีวี116 กับแพ็กซ์โลวิดในผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในโรงพยาบาลนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง และมีความเสี่ยงที่จะป่วยหนักโดยให้กินทั้งหมด 5 วัน ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (New England Journal of Medicine) เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 (ดูรูป) พบว่า วีวี116 มีประสิทธิภาพดี ลดจำนวนวันที่เจ็บป่วยจากโรคโควิดให้สั้นลง ลดความรุนแรง ไม่ต่างจากยาแพ็กซ์โลวิด ผลข้างเคียงน้อยกว่ายาแพ็กซ์โลวิด ปากขมน้อยกว่า และไม่มีปฏิกิริยาต่อกันกับยาตัวอื่นเหมือนยาแพ็กซ์โลวิด
ในอนาคตอันใกล้ยาต้านไวรัสตัวใหม่จากประเทศจีน VV116 จะเป็นยากินอีก 1 ขนานสำหรับนำมารักษาโรคโควิด
ทิ้งท้าย ...ประเด็นโควิด-19
ธุรกิจเกี่ยวข้องกับดูแลผู้ป่วยโควิด และการเปิดประเทศรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีน จะเดินหน้าไปด้วยดี ถ้าเราเลิกกลัว ยอมรับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด
คนสูงอายุติดเชื้อไวรัสโควิดนอนป่วยในโรงพยาบาล ญาติกลัวไม่กล้ามานอนเฝ้า อยากหาคนนอนเฝ้าทั้งวันทั้งคืน ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนจัดหาผู้ช่วยพยาบาลที่ได้รับวัคซีนครบโดสและเข็มกระตุ้น 2 เข็ม ส่วนใหญ่เคยติดเชื้อโควิดแล้วมานอนเฝ้า คนเฝ้าคนไข้ใช้ชีวิตปกติอยู่ในห้องคนไข้โดยไม่กลัวโควิด คนไข้ใส่หน้ากากอนามัยบ้างไม่ใส่บ้าง คนเฝ้าก็ไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา อยู่ใกล้ชิดกับคนไข้ ทานอาหารในห้องคนไข้ ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันพิเศษ ไม่ได้ใส่ถุงมือ คนเฝ้ามีงานทำ มีรายได้ ส่วนใหญ่ไม่ติดเชื้อจากคนไข้ ผมได้คุยกับผู้จัดการ หจก.สเปเชี่ยลเนิร์สแคร์ คุณน้ำฝน เบอร์โทรศัพท์ 095-9199414, 02-0008190 และผู้ช่วยพยาบาลที่มานอนเฝ้าคนไข้ของผมหลายคน ทุกคนยินดีมาทำงานเฝ้าคนไข้ ไม่มีใครกลัวโควิด
ธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวควรเลิกกลัวโควิด โดยดูตัวอย่างธุรกิจเฝ้าไข้คนติดเชื้อไวรัสโควิด นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนจำนวนมากกำลังจะมาเที่ยวไทย โอกาสนักท่องเที่ยวชาวจีนจะนำเชื้อจากประเทศจีนมาแพร่ระบาดให้คนไทยไม่มาก บุคลากรภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สนามบิน รถเช่า รถสาธารณะ โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ต้องมีความพร้อมฉีดวัคซีนให้ครบโดสตามด้วยเข็มกระตุ้น 2 เข็ม ถ้าเคยติดเชื้อไวรัสโควิดมาแล้วยิ่งดี โอกาสติดเชื้อใหม่จะลดลงมาก ถึงติดเชื้อก็ป่วยเล็กน้อย ไม่ต้องกังวล คนทำงานจะมีรายได้ และเศรษฐกิจของประเทศจะได้เดินหน้าต่อไป