จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้
วันที่ 20 - 22 มกราคม 2566
ภาคใต้ : จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล
ช่วงวันที่ 23 - 25 มกราคม 2566
ภาคใต้ : จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลา 17.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลา 05.00 น.
(ลงชื่อ) ชมภารี ชมภูรัตน์
(นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์)
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
ตรวจสอบสภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า
มวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ภาคใต้ระวังคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ
ตรวจสอบสภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า >> คลิกที่นี่
คาดหมายสภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า
ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม พ.ศ. 2566
ในช่วงวันที่ 21 - 23 ม.ค. 66 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในขณะที่ลมตะวันตกในระดับบนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในช่วงวันที่ 24 - 26 ม.ค. 66 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ตลอดช่วง ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2 -3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตลอดช่วง
ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศแห้งไว้ด้วย สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ตลอดช่วง
ออกประกาศ 20 มกราคม 2566 11:00 น.
คาดหมายอากาศรายภาค ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม พ.ศ. 2566
ภาคเหนือ
- อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 20 – 21 และ 25 – 26 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 11 – 20 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 26 – 32 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2 – 10 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 24 - 26 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง
- อุณหภูมิต่ำสุด 9 – 18 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 26 – 32 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5 – 12 องศาเซลเซียส
- ในช่วงวันที่ 20 - 23 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
- ส่วนในช่วงวันที่ 24 - 25 ม.ค. 66 ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม.
ภาคกลาง
- อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ตลอดช่วง โดยในวันที่ 25 - 26 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 23 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ตลอดช่วง โดยในวันที่ 25 - 26 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส
- ในขณะที่ในช่วงวันที่ 23 – 24 ม.ค. 66 มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
- อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 21 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 26 – 32 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
- ทางตอนบนของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า ในช่วงวันที่ 24 - 26 ม.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่
- ทางตอนล่างของภาค มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยในช่วงวันที่ 20 – 21 และ 25 - 26 ม.ค. 66 มีฝนตกหนักมาก
- ในช่วงวันที่ 21 - 26 ม.ค. 66 ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา :
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป :
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
- อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ตลอดช่วง โดยในวันที่ 25 - 26 ม.ค. 66 อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส
- ในขณะที่ในช่วงวันที่ 23 – 24 ม.ค. 66 มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
- อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 22 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ออกประกาศ 20 มกราคม 2566 11:00 น.
ขอขอบคุณที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา