จนท.ใช้อำนาจเกินเลยความจำเป็น ไม่สุจริต
ประการที่ 3 การใช้อำนาจเกินเลยความจำเป็น ในกรณีที่เห็นว่าสภาพของสถานสงเคราะห์ไม่เหมาะสมที่จะรับเด็กอายุน้อย ทำไมถึงไม่สั่งการให้แก้ไขให้ถูกต้อง เช่น การปรับปรุงสถานที่ การเพิ่มพี่เลี้ยง หรือหากเห็นว่ารับไม่ได้จริง ๆ ทำไมไม่สั่งให้แก้ไข หรือให้เรียกผู้ปกครองมารับไป หรือย้ายไปอยู่สถานสงเคราะห์อื่นก็ได้ การใช้อำนาจโดยพลการ เห็นอำนาจทางปกครองเป็นอำนาจลงโทษตามความอาญา จำเป็นที่จะต้องทบทวนให้ลึกลงไปถึงสำนึกในความถูกต้องเป็นธรรม จึงชัดเจนยิ่งทั้งของตัวออกคำสั่ง และผู้ที่สั่งการ
ประการที่ 4 การใช้อำนาจ ไม่สุจริตในทางกฎหมายปกครอง หมายถึงการใช้อำนาจนอกเหนือกฎหมาย การเพิกถอนใบอนุญาตเป็นคำสั่งที่ต้องการจะทำลายความชอบธรรมไม่ให้มูลนิธิ มีอำนาจปกครองเด็กที่เหลืออยู่ 24 คน
ขอจังหวัดทบทวนคำสั่งปิด "มูลนิธิคุ้มครองเด็ก"
จึงขออุทธรณ์เพื่อให้ทางจังหวัดพิจารณาทบทวนแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป โดยจะถือคำอุทธรณ์นี้ว่า เป็นการสละสิทธิ์ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาทางอาญาต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือการเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการละเมิด ด้วยเหตุผลทั้งในปัญหาข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย
ทางมูลนิธิคุ้มครองเด็ก จึงยื่นอุทธรณ์เพื่อเป็นการคัดค้านโต้แย้งคำสั่งตามกฏหมายการปกครอง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทางมูลนิธิขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีทางแพ่งและคดีอาญา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำการใดๆ ในเรื่องนี้ ซึ่งทำให้มูลนิธิได้รับความเสียหาย หวังว่า ผู้ว่าราชการคนใหม่ จะพิจารณา และให้ความเป็นธรรมเรื่องนี้
การแถลงวันนี้ ไม่ใช่การคร่ำครวญ แต่เพื่อชี้ให้เห็นว่า ทางปกครองใช้อำนาจที่เป็นการทำผิดกฎหมาย และ เป็นการฟังความข้างเดียวทั้งสิ้น ไม่เคยให้ครูยุ่น โดยเฉพาะทั้งโซเชียล ที่ตัดสินไปแล้ว ครูยุ่นกลายเป็นผู้ร้าย ใจหมาไปแล้ว ไม่เคยมีใครให้โอกาสครูยุ่นเลย
"พนัส "โวย "บิ๊กโจ๊ก" ตั้งธงปิดบ้านคุ้มครองเด็ก
ด้าน นายพนัส ทัศนียานนท์ ที่ปรึกษามูลนิธิคุ้มครองเด็ก ระบุว่า เหมือนเป็นเรื่องร้ายแรงเหลือเกิน โดยเฉพาะการดำเนินการต่างๆ เป็นการใช้อำนาจโดยพลการทั้งสิ้น พร้อมตั้งคำถามว่า พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดำเนินการเรื่องนี้ ภายใต้ความกดดันหรือไม่ เท่าที่ฟังจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. บอกหมดว่า ทาง พม.จะต้องทำหน้าที่อย่างไรบ้าง
ถามตำรวจว่า ใช้อำนาจหน้าที่ ในการสอบสวนดำเนินคดีอาญาเท่านั้นหรือไม่ และมีอำนาจในการเพิกถอนด้วยได้อย่างไร เพราะเท่าที่ตรวจสอบ ตำรวจไม่มีอำนาจหน้าที่ แต่เหมือนมีการตั้งธงไว้ตั้งแต่แรก ทำเหมือนครุยุ่นเป็นอาชญากร หากใช้อำนาจเกินเลยมันเป็นเรื่องที่สังคมไม่น่าจะยอมรับได้
ขู่ฟ้องเจ้าหน้าที่ เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง
สำหรับมูลนิธิคุ้มครองเด็กหลังจากนี้ นายแก้วสรร อติโพธิ ระบุว่า หากจะขายทิ้ง หรือเวนคืนที่ดินไม่เกิดประโยชน์ จึงต้องการที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนมูลนิธิต่อไป ตามการสนับสนุน และเงินที่ได้รับการบริจาคว่าจะทำประโยชน์ในรูปแบบใด หรืออาจจะเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง เปลี่ยนตัวจากครูยุ่น เป็นคนอื่นที่เข้ามาดูแล ก็ต้องว่ากันไปในอนาคต แต่ถ้าทางจังหวัดยกคำอุทธรณ์ของมูลนิธิ และสั่งเพิกถอนเหมือนเดิม หลังจากนี้ก็จะยื่นศาลปกครอง จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เพื่อให้ทางจังหวัดไปไล่เบี้ยเอาความผิดนำเงินมาชดใช้ค่าเสียหายจากผู้ที่สั่งการ
ขณะเดียวกัน การแถลงวันนี้ นายมนตรี สินทวิชัย หรือครูยุ่น ไม่ได้ร่วมแถลงด้วย และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เพราะมองว่า ทางมูลนิธิได้ชี้แจงทั้งหมดแล้ว
พม.ยัน ดูแลเด็กบ้าน "ครูยุ่น" อย่างดี มีที่เรียนทุกคน
ภายหลังการแถลงข่าว นายแก้วสรร พร้อมด้วย นายพนัส ลูกชายครูยุ่น ภรรยาครูยุ่น เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัด ยื่นหนังสือต่อพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยมี นางลักษณา อิศรางกูร ณ อยุธยา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมุทรสงคราม เป็นผู้รับมอบหนังสือ ซึ่งนายแก้วสรร อธิบายถึงเหตุผลต่างๆ ในการยื่นอุทธรณ์ และฝากให้ทางพัฒนาสังคมจังหวัดพิจารณาคำอุทธรณ์
พร้อมกับถามถึงความห่วงใยของเด็ก ที่ พม.จังหวัด ไปนำออกไปจากจากมูนิธิ ทั้ง 52 คน ซึ่ง นางลักษณา ยืนยันว่า เด็กทุกคนได้รับการดูแลอย่างดีได้เรียนหนังสือ แม้กระทั่งเด็กที่ผู้ปกครองมารับกลับไปดูแล ก็ได้ส่งทีมพัฒนาสังคมลงไปติดตามความพร้อมของพ่อเเม่