ภาคกลางและกทม. ตัวเลขและกราฟที่น่ากังวล
1. เขื่อนภูมิพล ระดับน้ำสูงสุดในรอบ 10 ปีแล้ว กำลังจะวิ่งเข้าแตะ Upper Rule Curve ภายในไม่กี่วันข้างหน้า มองขึ้นไปอีกไม่ไกลก็เห็นระดับปี 54 แล้ว เราต้องดูกันต่อว่า ถ้าน้ำหลากจากเชียงใหม่มาถึงครบและเก็บกักไว้จนหมด กราฟจะไปอยู่ที่ไหน พอจะรับพายุได้อีกสักลูกหรือไม่
2. เขื่อนภูมิพล กราฟปริมาณน้ำไหลลงอ่าง ช่วงแรกๆไม่เท่าไหร่ แต่ตั้งแต่กันยาเป็นต้นมา น้ำเข้าเขื่อนในระดับไม่แพ้ปี 54 เลยครับ เป็นประเภทมาช้า แต่ก็มา ลานินญ่าเหมือนกัน
3. เขื่อนป่าสัก ทราบกันดีตามข่าวว่า เขื่อนเต็มแล้ว ตอนนี้ต้องระบายออกเยอะมาก ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว และน้ำยังเข้ามาอีกวันละ 130 ล้านลบ.ม. และยังมาเรื่อยๆ จริงๆระดับน้ำป้วนเปี้ยนแถว Upper Rule Curve มานานแล้ว เห็นความพยายามในการพร่องน้ำเต็มที่ แต่ก็กดไม่ลงจริงๆครับ น้ำมาตลอด
4. น้ำที่บางไทร เมื่อวันก่อน 2 ต.ค. น้ำมากระดับ 3,687 ลบ.ม./วินาที มากที่สุดในรอบ 10 ปี เข้าใกล้ระดับปี 2554 ที่ 3,860 เข้าไปทุกที วันนี้ลดระดับลงมาหน่อย แต่ก็มากกว่า 3,000 ซึ่งกทม.ปริมณฑลได้รับผลกระทบแน่นอน คงต้องอุดให้แน่น ไม่ให้ฟันหลอครับ ใครอยู่ริมน้ำก็ต้องทำใจครับ
เดิมพันและความเสี่ยงตอนนี้
ปี 2554 พายุลูกสุดท้ายคือ นาลแก วันที่ 3 ต.ค. 2554 ถ้าดูช่วงเวลาเดียวกันกับปีนี้แล้วเทียบว่ายังโอเค ผมว่าชักจะไม่โอเคแล้ว เพราะปีนี้พายุอาจจะยังไม่หมด เรายังไม่รู้ว่า มันจะ"น้อยกว่า"หรือว่ามัน"มาช้า"
พูดง่ายๆก็คือ ตอนนี้ เราอย่าได้มีพายุเข้ามา ไม่งั้นผมว่าเป็นเรื่องแน่
น้ำท่วมปีนี้ ถ้าโชคดีซึ่งก็มีโอกาสสูง อาจจะไม่แรงเหมือนปี 54 แต่ก็น่าจะสร้างความเสียหายได้มาก เอาแค่น้ำเหนือที่มีตอนนี้หลากลงมาถึงปริมณฑล จ่อคอหอยกทม. พร้อมๆน้ำฝนสัก 120 มม. น้ำทะเลหนุนอีกสักหน่อยก็น่าจะหนักพอสมควรแล้ว
" ถ้าสภาวะอากาศโหดร้าย พายุเข้ามาอีกสัก 2 ลูก ก็เห็นทีจะตัวใครตัวมันครับ หวังจริงๆครับว่าพายุจะหมดแล้วแค่นี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง แล้วพวกเราก็แคล้วคลาดครับ " ดร.สันต์ ระบุ
น้ำท่วมครึ่งประเทศไทย น้ำฝน 165.5 มม.
ก่อนหน้านี้ ดร.สันต์ ยังได้ประเมินสถานการ์น้ำท่วมจากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยระบุว่า น้ำท่วมครึ่งประเทศไทย : ฝน 165.5 มม. ที่แจ้งวัฒนะเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ร้ายแรงแค่ไหนในทางสถิติ ผมทำกราฟกทม.ย้อนหลัง 5 ปี + ปีนี้ มาดูเทียบกันครับ
ปริมาณฝนที่แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา สูงมากถึง 165.5 มม. มีความน่าสนใจทางตัวเลขครับ
- 1. ฝน 165.5 มม. สูงสุดเป็นอันดับที่ 3 ในรอบ 6 ปี โดย 2 ครั้งก่อนหน้านี้เกิดในปี 2560
- 2. ฝน 165.5 มม. เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในปีนี้
- 3. ปริมาณฝนที่มากกว่า 120 มม. เกิดขึ้น 20 ครั้งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยเกิดในปีนี้ไปแล้วถึง 8 ครั้ง
- 4. จากข้อ 3 ฝนหนักเกิดขึ้นถึง 5 ใน 20 ครั้ง ช่วงหลัง 10 ต.ค. ของ 5 ปีก่อน แปลว่าปีนี้น่าจะยังไม่จบ ต้องลุ้นต่อ
- 5. ตัวเลขช่วงที่น่ากังวลที่สุดของ 5 ปีก่อนหน้าคือ 11 - 17 ต.ค. เกิด 120 มม.ถึง 4 ครั้งและน้ำเหนือก็จะลงมาถึง และน้ำทะเลก็ยังหนุนสูงอยู่
ดร.สันต์ กล่าวว่า ปีนี้ฝนหนักจริง ๆ ครับ ส่วนสำคัญมาจากลานินญ่า และเป็นลานินญ่าที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆจาก Climate Crisis เมื่อเดือนก่อนหลายๆคนคงยังไม่ค่อยเชื่อเรื่องน้ำท่วมกับโลกร้อน ผ่านมาเดือนกว่าๆน้ำท่วมไปครึ่งค่อนประเทศแล้ว ก็หวังจริงๆว่าความคิดน่าจะเริ่มเปลี่ยนกันได้
นี่เพิ่งเริ่มเดือนต.ค. จากสถิติบอกเลยว่ายังไม่จบ และน้ำในเขื่อนตอนนี้ก็มากเหลือเกิน ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาดูเรื่องน้ำเขื่อนย้อนหลัง 10 ปีกับความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมระดับปี 2554 กันต่อครับ ต้องบอกเลยว่า ตัวเลขตอนนี้ ผมไม่สบายใจเลยครับ
ประเมินหากพายุมาเพิ่ม ประเทศไทยอ่วม
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ประชุมติดตามการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับรายงานจาก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ว่า
" จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม 65 ประเทศไทยยังคงต้องเฝ้าติดตามพายุหมุนเขตร้อนที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ โดยอาจจะมีผลกระทบภาคใต้ตอนบนถึงภาคใต้ตอนกลาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประสานข้อมูลการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการบริหารจัดการรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการเตรียมการเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด " พลเอกอนุพงษ์ ระบุในที่ประชุม
สอดคล้องกัน เพจเฟซบุ๊ก "พยากรณ์อากาศประเทศไทย" ออกมาเตือนว่า ต้องจับตาโอกาสพายุมากันรัว ๆ หลังจาก "พายุโนรู" ซึ่งพยากรณ์พบโอกาสเกิดพายุหมุนเขตร้อนลูกใหม่ตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นไป
ปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ
ศูนย์ติดตามสถานการณ์น้ำ (Water Operation Center) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนประเทศไทย จำแนกตามเขื่อน วันที่ 5 ต.ค. 2565 มีรายละเอียดดังนี้..
เขื่อนภูมิพล
- ความจุเขื่อน 13,462 ล้าน ลบ.ม.
- ปริมาณน้ำในอ่าง 10,729 ล้าน ลบ.ม. (80%)
เขื่อนสิริกิติ์
- ความจุเขื่อน 9,510 ล้าน ลบ.ม.
- ปริมาณน้ำในอ่าง 6,470 ล้าน ลบ.ม. (68%)
เขื่อนศรีนครินทร์
- ความจุเขื่อน 17,745 ล้าน ลบ.ม.
- ปริมาณน้ำในอ่าง 15,163 ล้าน ลบ.ม. (85%)
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
- ความจุเขื่อน 960 ล้าน ลบ.ม.
- ปริมาณน้ำในอ่าง 953 ล้าน ลบ.ม. (99%)
เขื่อนอุบลรัตน์
- ความจุเขื่อน 2,431 ล้าน ลบ.ม.
- ปริมาณน้ำในอ่าง 2,825 ล้าน ลบ.ม. (116%)
เขื่อนลำปาว
- ความจุเขื่อน 1,980 ล้าน ลบ.ม.
- ปริมาณน้ำในอ่าง 988 ล้าน ลบ.ม. (49%)
เขื่อนจุฬาภรณ์
- ความจุเขื่อน 164 ล้าน ลบ.ม.
- ปริมาณน้ำในอ่าง 159 ล้าน ลบ.ม. (96%)
เขื่อนสิรินธร
- ความจุเขื่อน 1,966 ล้าน ลบ.ม.
- ปริมาณน้ำในอ่าง 1,565 ล้าน ลบ.ม. (80%)
ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลประมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ >> คลิกที่นี่