“สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประทับแรม ณ วังไกลกังวล พระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรบริเวณชายฝั่งทะเล ทรงพบว่ามีชาวประมงชายฝั่งมาช้อนลูกปลาและได้ปลาจำนวนมาก พระองค์จึงพระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาแนวทางในการผลิตแพลงก์ตอน เพื่อให้ราษฎรที่
นำลูกปลาไปเพาะเลี้ยงมีอาหารให้ลูกปลาและรอเจริญเติบโตส่งขายเป็นรายได้ต่อไป ซึ่งทางฟาร์มฯ ได้สนองพระราชดำริและประสบความสำเร็จจนขยายผลการผลิตแพลงก์ตอนสู่ราษฎรได้” นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี กล่าวในระหว่างลงพื้นที่ติดตามผลสัมฤทธิ์ของฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ พร้อมกับร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และพบปะกลุ่มเกษตรกร เมื่อวันพุธที่ 31 สิงหาคม 2565
ในการนี้องคมนตรีได้เปิดเผยถึงการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริของฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ที่ผ่านมาว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ มีการค้นคว้าศึกษาวิจัยจนประสบความสำเร็จแล้วขยายผลสู่การประกอบกิจการของราษฎรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละกิจกรรม เช่นการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น การเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอน ไปจนถึงการผลิตน้ำทะเลผงเพื่อใช้ประโยชน์ทางการค้า
“เมื่อก่อนไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์น้ำทะเลในพื้นที่น้ำจืด แต่ปัจจุบันสามารถทำได้แต่ยังมีปัญหาเรื่องน้ำทะเลที่ใช้เลี้ยง ทางฟาร์มศึกษาทดลองจนประสบความสำเร็จผลิตน้ำทะเลผงได้ ทำให้พื้นที่ห่างไกลทะเลสามารถเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลได้ หรือประเทศที่ไม่ติดทะเล อย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็จะสามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลได้ กิจการผลิตน้ำทะเลผงที่ได้ขยายผลสู่ราษฎรก็จะเกิดประโยชน์อีกทางหนึ่งในด้านรายได้ของราษฎร” นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี กล่าว
ทั้งนี้การดำเนินงานของฟาร์มฯ ได้เริ่มตั้งแต่ปี 2552 โดยคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ กรมประมง ในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายในฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ได้ดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีจุดเรียนรู้และสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 4 จุด ได้แก่จุดสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์สองน้ำ หรือน้ำกร่อย ได้แก่ การอนุบาลกุ้งก้ามกราม การเลี้ยงกุ้งขาว การเลี้ยงปลานิลแดง และปลากะพงขาว จุดสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลและสาหร่ายทะเล ได้แก่ ปลานวลจันทร์ทะเล ปลาช่อนทะเล ปลาจะละเม็ดทอง ปลาการ์ตูน หอยเป๋าฮื้อ และหมึกกระดอง การเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นในบ่อดิน พร้อมทั้งมีการสาธิตการแปรรูปสัตว์น้ำ สาหร่าย หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จุดสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทนเค็มสูงและเกลือทะเล การเลี้ยงอาร์ทีเมียในบ่อดิน การผลิตเกลือแกงและน้ำทะเลผง และจุดสาธิตการทำฟาร์มทะเล เช่น การสร้างแพเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแพเชือก การเลี้ยงหอยแมลงภู่ในบ่อดิน การจัดทำธนาคารปูม้า และปลาหมึก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำร่วมกับชุมชน ได้แก่ กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ ปูม้า ปลากะพงขาว และหมึกกระดอง รวมทั้งกิจกรรมบริการและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อีกด้วย
ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ จึงเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ ดูงาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการด้านประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยในปีงบประมาณ 2565 มีผู้ให้ความสนใจเยี่ยมชมกว่า 7,000 คน มีการฝึกอบรมอาชีพแก่ราษฎรที่สนใจ จำนวน 28 รุ่น ประมาณ 1,000 กว่าคน ปัจจุบันฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่นในเขตจังหวัดเพชรบุรีมีประมาณ 48 ฟาร์ม มีมูลค่าการตลาดต่อปี ประมาณ 26 ล้านบาท