ต่อมาพวกตนจึงเรียกให้คุณบอส ที่ถือเงินอยู่ 3,000,000 กว่าบาท มาเจอคุณชาน โดยคนรับเงิน และ คุณบอสคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นคุณบอส ก็เดินตามคนรับเงินไปที่หน้าลิฟท์ และได้แลกเงินกันทันที แต่คุณบอสกลับเอาเงินให้คนรับเงินไปเลย และรับกระเป๋ามาโดยที่ไม่ได้ตรวจเช็ก ตนเห็นก็วิ่งเข้าไปบอกว่า กระเป๋ามันมีกุญแจ ทำไมเอาเงินให้เขาไปโดยที่ไม่ขออะไรมา ถ้ามันเป็นของปลอมขึ้นมาจะทำยังไง ทุกคนเลยรีบเดินตามหาคนที่รับเงินไปแต่สุดท้ายก็ไม่เจอแล้ว
จากนั้นดาราสาวก็เช่าโรงแรมในเมืองให้อีกห้องเพื่อเปิดกระเป๋าเช็กเงิน พอเอาของขึ้นมาเปิด ตอนแรกเปิดไม่ได้เพราะไม่มีกุญแจ ไม่มีรหัส จึงติดต่อช่างกุญแจ จนเปิดได้ พบว่าเป็นเงินปลอม ทั้งกระเป๋า
ต่อมาดาราสาว บอกว่า ให้พวกตนคือ ตัวเอง เท็ดดี้ และ ชิน ร่วมกันรับผิดชอบ แต่กลับบอกว่า คุณบอสกับคุณแมนไม่ต้องรับผิดชอบ โดยกักขังอยู่ในห้องโรงแรมนั้นทั้งหมด 5 วัน หาว่าตนมีส่วนสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกง ก็เลยเอามาขัง ตนก็บอกให้ว่ากันไปตามหลักฐาน ถ้าผิดจริงตนก็ยอมรับ แต่กรณีนี้คนที่ถือเงินเป็นคนของดาราสาว ตอนจ่ายเงินลูกน้องของดาราสาวหายไปไหน ทำไมไม่อยู่ดูเงิน ซึ่งหลังเกิดเหตุก็มานั่งคิดวิเคราะห์ สงสัย ทั้งบอส เเละ เเมน เเละตัวคนอื่นว่า จัดฉากสร้างเรื่องมากลอกเอาเงินหรือไม่ เพราะไม่มีความพยายาม ในการเเจ้งตำรวจ หรือการไปขอดูวงจรปิด เพื่อนำตัวทั้ง2 คน เพื่อดำเนินคดี เเต่กลับเป็นให้พวกตนต้องมารีบผิดชอบ
ระหว่างที่พวกตนทั้ง 3 คน โดนกักขัง ส่วนตัวไม่ได้โดนทำร้ายร่างกาย เพราะตนเป็นผู้หญิงคนเดียว แต่ดาราสาวก็ให้พวกตนหาวิธี ทำทุกอย่างทุกวิถีทางในการหาเงินมาคืน แม้ฝั่งนั้นอ้างว่าไม่ได้กักขังพวกตน ยังให้เดินไปไหนมาไหนได้ แต่เขากลับส่งลูกน้องให้เดินตามพวกตนไปทุกที่ ซึ่งตนมองว่ามันไม่ได้ต่างอะไรกับการกักขังเลย
อีกทั้งวันที่พวกตนต้องเดินทางไปที่คลินิก ของคุณแมนเพื่อไปกู้นอกระบบรายวันเพื่อที่จะมาจ่ายหนี้เขา คุณชินฝั่งของตนขอความช่วยเหลือไปที่คนรู้จัก เพื่อให้มาช่วยว่าตอนนี้ดาราสาวทำอะไรกับพวกตนไปบ้าง พอเอ่ยชื่อเท่านั้น ทางดาราสาว ก็โทรหาการ์ด ทำให้คุณชินโดนซ้อมในรถจนรถโยกต่อหน้าต่อตาพวกตน จนบาดเจ็บ
จากนั้นวันที่ 25 กันยายน ฝั่งพ่อ และ ครอบครัวของตนเห็นว่าตนหายไปหลายวัน จึงไปแจ้งความ ที่ สน.ยานนาวา แต่ตอนแรกตำรวจไม่รับแจ้ง และต่อมากลับโทรมาบอกว่ารับแจ้ง และในจังหวะเดียวกันทางคนฝั่งดาราสาวก็โทรหาแม่เลี้ยงของตน ซึ่งกับตำรวจที่ สน.ยานนาวา ด้วย
โดยมีคลิปเสียงที่อัดไว้ว่า “ต่อให้เอาเงินมา 100,000 เขา ก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวตน เขาต้องการเงินคืน ยอดรวมกันทั้งหมด 3,200,000 บาท” ซึ่งบางส่วนคนในทีมรวมกันทั้งหมด 5 คน ก็คืนเงินส่วนนี้ไปเยอะแล้ว
จากนั้นพ่อก็ขอให้ตำรวจไปช่วยเหลือตัวเองที่โรงแรมกระทั่งตำรวจเข้ามาเจอจังหวะที่ตัวเองลงมาด้านล่างกับการ์ดของดาราสาว ตำรวจไปสอบปากคำไปที่โรงพัก ตนก็เล่าตั้งแต่ต้นจนจบ แต่สุดท้ายแล้วมีสายโทรมาบอกให้ปล่อยตัวการ์ดของดาราสาว โดยอ้างชื่อ สส.คนหนึ่งสมัยนั้นยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ และหากจะให้ปล่อยตัวต้องถอนแจ้งความ เเละหลังจากที่ออกมาได้ก่อนวันนั้น ก็กลับไปเเจ้งความดำเนินคดีอีกรอบ ที่ สน.ยานาวา รวมถึงเเจ้งไว้ที่กองปราบ เเต่นับตั้งเเต่วันนั้นถึงวันนี้ 7เดือนเเล้วก็ยังไมีมีความคืบหน้า
คุณเกด บอกอีกว่า ส่วนตัวยอมรับกังวลมาก เพราะฝั่งเขาค่อนข้างมีอิทธิพล สั่งตำรวจได้ อีกทั้งต่อมามีทนายของเขาคุยกับพวกตน โดยใช้คำว่า “คนที่ผิดจริงๆ คือพวกคุณ เพราะว่าพวกคุณทำเรื่องผิดกฎหมาย” เขาอ้างถึง สส.คนเดิมและ นักการเมืองใหญ่อีกคน
ที่ผ่านมาตนไม่เคยทำงานกับฝั่งของดาราสาวด้วยกันมาก่อน เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก หลังออกมาจากการถูกกักขัง ตนต้องอยู่กับความกลัว กลายเป็นคนป่วยเป็นโรคจิตเวช ต้องพบหมอจิตเวช และ กินยาทุกเดือน จากนี้อยากให้ออกมารับผิดชอบเรื่องคดีความกักขังข่มขู่พวกตัวเอง
ที่ออกมาครั้งนี้ เพราะต้องการเอาผิดในเรื่องของการกักขังหน่วงเหนี่ยว เเละตัองการเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคน ได้รับฟังว่า ไม่มีของถูก ไม่มีอะไรที่เราจะได้มาโดยไม่ทำงาน อะไรที่ได้มาง่าย เเต่กำไรเยอะ มันไม่มีในโลก สิ่งที่เกิดขึ้น มันทำให้เราได้รับผลกระทบด้านจิตใจยาวนานเเค่ไหน อยากให้เขาทราบว่า 6เดือนที่ผ่านมา มันก็ไม่ต่างกับที่เขาทรมานอยู่ตอนนี้ เราต้องทนมา6เดือน ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้