เนชั่นทีวี

ข่าว

สอบตกหรือสอบผ่าน? ประเมินผลงาน "รัฐบาลประยุทธ์ 2"

16 ส.ค. 2566 | thamsathit_pol

สอบตกหรือสอบผ่าน? ประเมินผลงาน "รัฐบาลประยุทธ์ 2"

เพื่อไทยใกล้จะเข้ามาเป็นรัฐบาลเต็มที ส่วน"รัฐบาลพลเอกประยุทธ์" ที่ครองอำนาจมา 2 สมัย นานกว่า 9 ปี (รวมระยะเวลารักษาการ) ถึงคราวต้องเก็บของกลับบ้าน ทว่าในช่วงที่ผ่านมา "ทีดีอาร์ไอ" สรุปผลงานรัฐบาลประยุทธ์ 2 "สอบตกหรือสอบผ่าน"

ความน่าสนใจก็คือ ใน"รัฐบาลประยุทธ์ 2" ผลงานของรัฐบาลเป็นอย่างไร เพราะกลุ่มผู้สนับสนุน (กลุ่มเชียร์ลุง) และกลุ่มผู้คัดค้าน (กลุ่มเบื่อลุง ไม่เอาลุง) โต้เถียงกันอย่างกว้างขวางว่า "รัฐบาลพลเอกประยุทธ์" มีผลงานเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ หากเป็นที่น่าพอใจ ทำไมประชาชนไม่ตีตั๋วต่อให้บริหารประเทศไปอีก 1 สมัย หรือครึ่งสมัย (ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯเหลืออีก 2 ปี) หรือว่ารัฐบาล "พลเอกประยุทธ์" มีผลงานในระดับพอไปได้ แต่ประชาสัมพันธ์ไม่เป็น หรือเจอวิกฤตโลกรุมเร้า จนภาพออกมาไม่ดี 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

"เนชั่นทีวี" นำรายงานการศึกษาของคณะผู้ประเมินจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ "ทีดีอาร์ไอ" ในหัวข้อ “การประเมินผลงานของ รัฐบาลประยุทธ์ 2 และข้อเสนอแนะทางนโยบายต่อรัฐบาลใหม่" ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของทีดีอาร์ไอ มา สรุปนำเสนอในส่วนที่เป็นสาระสำคัญบางประเด็น 

ภาพรวม

-รัฐบาลประยุทธ์ 2 ยังคงบริหารประเทศภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างความ "มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" เช่นเดียวกับรัฐบาลประยุทธ์ 1

-ในช่วง 4 ปีของรัฐบาลประยุทธ์ 2 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ การระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นวิกฤตสุขภาพและวิกฤตด้านเศรษฐกิจ มีผลทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 79.9 ในช่วงต้นของรัฐบาลเป็นร้อยละ 86.9 เมื่อสิ้นปี 2565 (ก่อนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะใช้คำจำกัดความใหม่) 

สอบตกหรือสอบผ่าน? ประเมินผลงาน "รัฐบาลประยุทธ์ 2"

**และทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้นจากร้อยละ 41 ในช่วงต้นของรัฐบาล เป็นร้อยละ 61.6 ของ GDP เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 

**สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลมีโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายโครงการและการดำเนินนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาล

-ผู้ประเมินเลือกประเมินเฉพาะนโยบายด้านความมั่งคั่ง กับยั่งยืน 10 นโยบาย ตามความถนัด โดยไม่ได้ประเมินนโยบายด้านความมั่นคง

ทั้งนี้ เนชั่นทีวี ขอเลือกบางนโยบายมานำเสนอ 

ผลประเมิน 

1.โครงการ อีอีซี (การพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) **(ส่วนนี้เนชั่นทีวีขยายเอง... นโยบายเรือธงการพัฒนาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตัว พลเอกประยุทธ์ ภาคภูมิใจอย่างมาก) 

-มีหลายโครงการที่ยังไม่มีความคืบหน้านัก ทั้งที่มีความสำคัญสูงในระดับเป็น "เรือธง" 

สอบตกหรือสอบผ่าน? ประเมินผลงาน "รัฐบาลประยุทธ์ 2"

เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) เดิมคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2567 ต่อมาเลื่อนการเปิดเป็นปี 2569 และล่าสุดเลื่อนการเปิดไปอีกถึงปี 2571 โดยยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้างเลย ช้ากว่ากำหนดเดิมไปอย่างน้อย 4 ปี และช้ากว่าการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงจีน-ลาว ซึ่งได้เริ่มการก่อสร้างเมื่อปี 2559 และสามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ปลายปี 2564 แล้ว แม้ช่วงเวลาในการก่อสร้างมีปัญหาการระบาดของโควิด-19 ก็ตาม

โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เดิมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการเฟสแรกได้ในปี 2567 ก็เลื่อนออกมาเป็นปี 2570 ในขณะที่โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F ก็ก่อสร้างล่าช้าจนไม่น่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดในปี 2568 

-ในแง่ของการดึงดูดการลงทุน / ภาพรวมพื้นที่ EEC สามารถดึงดูดการลงทุนได้มาก จนอาจเกิดการกระจุกตัวของการลงทุนในพื้นที่เมื่อเทียบกับการลงทุนทั้งประเทศ 

**ช่วงปี 2562-2565 มีมูลค่าการลงทุนของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC รวม 8.7 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 45 ของการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมทั้งหมดของบีโอไอในช่วงเวลาดังกล่าว 

***แต่การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ยังเกิดขึ้นไม่มากนัก

2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ***(ส่วนนี้เราขยายเอง...เป็นผลงานที่ พลเอกประยุทธ์ และกองเชียร์ภูมิใจว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด) 

สอบตกหรือสอบผ่าน? ประเมินผลงาน "รัฐบาลประยุทธ์ 2" -รัฐบาลประยุทธ์ 2 สามารถผลักดันโครงการให้เกิดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมได้มาก รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เริ่มเปิดให้บริการทั้งสายสีแดง และสายสีเหลือง รวมถึงสายสีชมพูที่กำลังจะเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้ ตลอดจนการอนุมัติเส้นทางรถไฟทางคู่สายใหม่ 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย และ บ้านไผ่-นครพนม

แต่ก็มี 4 โครงการที่ไม่สามารถผลักดันให้สำเร็จลุล่วงไปได้

หนึ่ง การก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วง "มาบกระเบา-จิระ" ทำให้เส้นทางรถไฟทางคู่ในภาคอีสานซึ่งเสร็จสิ้นไปมากแล้ว ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ

สอง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งเกิดความล่าช้าในการประมูล 

**โครงการตั๋วร่วม และค่าโดยสารร่วมของระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าโดยสารราคาแพง และระบบขนส่งมวลชนที่ลงทุนไปไม่ได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่า

สอบตกหรือสอบผ่าน? ประเมินผลงาน "รัฐบาลประยุทธ์ 2"

สาม โครงการระบบขนส่งมวลชนในส่วนภูมิภาค ซึ่งยังไม่เกิดขึ้น รวมทั้งโครงการรถรางใน จ.ขอนแก่น ที่ภาคธุรกิจและเทศบาลหลายแห่งได้พยายามผลักดันมานาน เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในส่วนของงบลงทุน

สี่ โครงการระบบขนส่งในพื้นที่อีอีซี (กล่าวไปแล้วในโครการอีอีซี) 

3.การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

-รัฐบาลประยุทธ์ 2 กำหนดให้การต่อต้านทุจริตเป็น "วาระแห่งชาติ" ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้วยงบประมาณด้านต่อต้านทุจริตรวม 1.5 หมื่นล้านบาทในปี 2563–2566 

**แต่อันดับภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทยกลับลดลงจากที่ 96 จาก 180 ประเทศในปี 2560 อยู่ที่อันดับ 101 ในปี 2565 จึงกล่าวได้ว่า งบประมาณที่ใช้จ่ายไปไม่สามารถลดการทุจริตอย่างได้ผล

สอบตกหรือสอบผ่าน? ประเมินผลงาน "รัฐบาลประยุทธ์ 2"

-รัฐบาลประยุทธ์ 2 มีผลงานแก้คอร์รัปชันเป็นรูปธรรม 2 เรื่อง ได้แก่ 

หนึ่ง การปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส - ร่วมมือกับองค์กรภาคสังคมและภาคธุรกิจ ขยายการใช้มาตรการ "ข้อตกลงคุณธรรม"  (Integrity Pact) ส่งผลลดปัญหาการฮั้วประมูลได้มากขึ้น 

สอง การ "กิโยตินกฎระเบียบ" (Regulatory Guillotine) - เป็นการปฏิรูปกฎระเบียบครั้งใหญ่เพื่อลดดุลพินิจของเจ้าหน้าที่อันเป็นต้นตอสำคัญของคอร์รัปชัน

-แต่รัฐบาลประยุทธ์ 2 ไม่ได้แสดงถึงความพยายามในการ "ปฏิรูปตำรวจและกองทัพ" ซึ่งถูกตั้งคำถามด้านความโปร่งใสอยู่บ่อยครั้งเมื่อเกิดข่าวอื้อฉาว ทั้งที่การปฏิรูปตำรวจเป็นวาระสำคัญตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ 1 

***รัฐบาลประยุทธ์ 1 เสนอร่าง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ เพื่อขจัดการซื้อขายตำแหน่ง และ ร่าง พ.ร.บ. การสอบสวนคดีอาญา เพื่อให้งานสอบสวนและการทำสำนวนคดีเป็นอิสระจากกัน 

ต่อมารัฐบาลประยุทธ์ 2 ใช้เวลาเกือบ 2 ปีทบทวนร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ กว่าจะเสนอต่อรัฐสภาได้ในกลางปี 2565 และสุดท้ายมีเพียงร่าง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ ผ่านรัฐสภาได้ในปลายปี 2565 ฉะนั้นการดำเนินการในรัฐบาลประยุทธ์ 2 จึงยังไม่ได้นำไปสู่การปฏิรูปตำรวจอย่างแท้จริง

ขณะที่การปฏิรูปกองทัพ ก็ไม่ได้ทำจริงจัง เช่น กองทัพขอผ่อนผันไม่เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมในโครงการจัดซื้ออาวุธ และเกิดข่าวการยักยอกเบี้ยเลี้ยงกำลังพล / การคุกคามทหารผู้เปิดโปงทุจริต

นี่คือ 3 นโยบายสำคัญจาก 10 นโยบายที่ ทีดีอาร์ไอ ได้ประเมิน และเนชั่นทีวี สรุปมานำเสนอ ในส่วนรายละเอียด ยังคงหาอ่านได้ในเว็บไซต์ทีดีอาร์ไอ

จะเห็นได้ว่านโยบายส่วนใหญ่มีทั้งประสบความสำเร็จ และล้มเหลว หลายเรื่องจึงเป็นโจทย์ของรัฐบาลชุดใหม่ในการริเริ่มทำให้สำเร็จต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ข่าวล่าสุด