เนชั่นทีวี

ข่าว

กบฏทหารรับจ้าง! การเดิมพันอนาคต"ระบอบปูติน" โดย สุรชาติ บำรุงสุข

25 มิ.ย. 2566 | ศ.กิตติคุณดร.สุรชาติ บำรุงสุข

กบฏทหารรับจ้าง! การเดิมพันอนาคต"ระบอบปูติน" โดย สุรชาติ บำรุงสุข

สถานการณ์ความไม่สงบภายในรัสเซีย "กบฏทหารรับจ้าง" จบลงอย่างรวดเร็ว โดยผู้นำกลุ่มแวกเนอร์ตัดสินใจถอนตัวไปตั้งหลักที่เบลารุส แต่ก็ทิ้งคำถามไว้มากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ติดตามได้ในเจาะประเด็นร้อน โดย "ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข"

ถ้าพิจารณาระยะเวลาจากปี 2020 จนถึงปี 2023 นั้น คงจะต้องถือว่าไม่ได้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานแต่ประการใด ว่าที่จริงก็เพียงแค่ 3 ปีเศษเท่านั้นเอง แต่ก็เป็นระยะเวลาสั้นๆ ที่เห็นถึงความพลิกผันของสถานการณ์โลก ในแบบที่เราไม่คาดคิดมาก่อนอย่างน้อยใน 3 เรื่องใหญ่

ในความเป็นไปของโลกนั้น ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตอนปลายปี 2019 และเริ่มเกิดการระบาดใหญ่อย่างรุนแรงในต้นปี 2020 นั้น จะเป็นการ “ดิสรัปชั่น” ที่นำไปสู่ความปั่นป่วนชุดใหญ่ของโลก ผลจากการระบาดที่เกิดขึ้นนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงของทั้งของโลก และของชีวิตผู้คนในสังคม แม้บัดนี้ การระบาดลดระดับความรุนแรงลง แต่ก็ใช่ว่า การระบาดจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แต่อย่างใด

ในอีก 2 ปีถัดมา เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้นคือ การตัดสินใจของผู้นำรัสเซียในการบุกยูเครน อันนำไปสู่การกำเนิดของสงครามยูเครน ที่เป็นสงครามใหญ่ที่สุดที่เราได้เห็นในอาณาบริเวณของยุโรป นับตั้งแต่การสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ซึ่งก็เป็นการ “ดิสรัปชั่น” อีกครั้งหนึ่งของสถานการณ์โลก และส่งผลกระทบทั่วโลกในด้านต่างๆ อย่างมาก

ในขณะที่โควิด-19 ลดความรุนแรงลง แต่สงครามยูเครนยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดการโจมตีทางอากาศของรัสเซียด้วยการใช้จรวดและโดรนในการโจมตีเป้าหมายในยูเครนอย่างไม่จำแนก ในอีกด้านหนึ่ง กองทัพยูเครนเริ่มเปิดการรุกกลับ (counteroffensive) หลังจากการสิ้นสุดของฤดูหนาว ซึ่งก็เห็นถึงการขยับตัวของสงครามไปอีกระดับหนึ่ง

กบฏทหารรับจ้าง! การเดิมพันอนาคต"ระบอบปูติน" โดย สุรชาติ บำรุงสุข

อย่างไรก็ตาม ขณะที่การรุกกลับของยูเครนเริ่มเดินหน้า เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นในบริบทของการเมือง-การทหารของรัสเซีย เมื่อกลุ่มทหารรับจ้าง “แวกเนอร์” ที่นำโดยเยฟเกนี พริโกซิน ที่มีสถานะพิเศษเป็นบุคคลที่ “ใกล้ชิด” ของประธานาธิบดีปูติน หรือที่ถูกเรียกกันเล่นๆ ว่า “พ่อครัวของปูติน” (The Putin’s Chef) จะเปลี่ยนจุดยืน

ใครเลยจะคาดคิดว่า ผู้นำกลุ่มทหารรับจ้างจะตัดสินใจก่อการ “กบฏทหาร” (armed rebellion) ขึ้นในกองทัพรัสเซีย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา แม้ทุกฝ่ายรู้ดีถึงความขัดแย้งระหว่างกองกำลังทหารรับจ้างกับกองทัพรัสเซียที่เกิดจากปัญหาสงครามในยูเครน หรือในระดับตัวบุคคลคือความขัดแย้งระหว่างพริโกซิน กับเซอร์เก ชอยกู (รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย) และวาเลรี เกราซีมอฟ (เสนาธิการกองทัพรัสเซีย หรือหากคิดเปรียบเทียบในระบบของกองทัพไทยคือ ตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพไทย)

ฉะนั้น ถ้ากำเนิดสงครามยูเครนเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเช่นไร การก่อกบฏทหารของผู้นำทหารแวกเนอร์ก็เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเช่นนั้น และกำลังพลของกลุ่มนี้มีจำนวนราว 25,000 นาย

แม้ในที่สุด ผู้นำกลุ่มทหารแวกเนอร์จะยอมยุติการเข้าตีมอสโคว์ ทั้งที่เคลื่อนกำลังเข้ายึดเมืองรอสตอฟ-ออน-ดอนที่อยู่ทางตอนใต้ เพื่อใช้เป็นฐานสนับสนุน และกำลังส่วนหน้าได้เคลื่อนเข้ายึดพื้นที่ที่อยู่ห่างจากกรุงมอสโคว์เพียง 200 กิโลเมตร ซึ่งต้องถือว่ากำลังหัวหอกของฝ่ายทหารกบฏได้เข้าใกล้เมืองหลวงอย่างมาก อันทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจเกิดการปะทะใหญ่ระหว่างกำลังของทหารรับจ้าง กับกำลังพลของกองทัพรัสเซีย

กบฏทหารรับจ้าง! การเดิมพันอนาคต"ระบอบปูติน" โดย สุรชาติ บำรุงสุข

ในการนี้ ทางฝ่ายรัฐบาลของประธานาธิบดีปูตินได้ยกระดับของการรักษาเมืองและพื้นที่โดยรอบทันที และกำลังพลของกลุ่มติดอาวุธชาวเชชเนียจำนวน 3,000 นาย ได้เข้าร่วมสมทบกับกำลังของรัฐบาลเพื่อป้องกันตัวเมืองหลวงด้วย พร้อมกันนี้สำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ (FSB ซึ่งเป็นผู้สืบทอดบทบาทด้านความมั่นคงของ KGB) ได้ประกาศเตรียมการสอบสวนนายพริโกซินในข้อหา “กบฏ”

สุดท้ายแล้ว “กบฏทหารรับจ้าง” จบลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำกลุ่มแวกเนอร์ตัดสินใจถอนตัวไปตั้งหลักที่เบลารุส ด้วยการประสานเจรจาของประธานาธิบดีลูกาเชนโก ผู้นำเบลารุส เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดครั้งใหญ่ อันส่งผลให้สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองภายในของรัสเซียปรับลดระดับลงทันที แต่ในท่ามกลางภาวะ “ฝุ่นตลบ” ของการเมืองรัสเซีย “กบฏพริโกซิน” ทิ้งคำถามไว้หลายประการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

WAGNER ผู้นำกบฏ

ผลที่ตามมาของสถานการณ์เช่นนี้คือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในรัสเซียยังมีอยู่มาก และว่าที่จริงแล้ว ข้อมูลเกี่ยวกับการก่อกบฏของทหารรับจ้างครั้งนี้ ยังมีรายละเอียดที่ไม่เปิดเผยอีกพอสมควร โดยเฉพาะคำถามว่า จริงๆ แล้วนอกเหนือจากปัญหาความขัดแย้งในการทำสงครามในยูเครน ที่มีมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างผู้นำทหารรับจ้างที่อยู่ในสนามรบ กับกระทรวงกลาโหมที่อยู่ในแนวหลังที่มอสโคว์แล้ว

มีอะไรที่ซ่อนอยู่ภายใต้ “พรมการเมือง” ของรัสเซียที่เราไม่เห็น… ไม่ได้รับทราบ เรารับรู้เรื่องทั้งหมดนี้จากรายงานของสื่อเท่านั้นเอง

จนบางทีการวิเคราะห์ที่เกิดกับสถานการณ์เฉพาะหน้า ที่เห็นถึงเพียงการเคลื่อนกำลังพลเพื่อเข้ายึดเมืองหลวงนั้น อาจจะทำให้การวิเคราะห์ด้วยข้อมูลจริงมีข้อจำกัดอย่างมาก แต่กระนั้น อาจกล่าวได้ว่า ปรากฎการณ์กบฏชุดนี้ คือ ภาพสะท้อนของ “วิกฤตรัฐรัสเซีย” หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัญหาความอ่อนแอของกองทัพรัสเซีย อันนำไปสู่การต้องพึ่งพาทหารรับจ้างในการทำสงคราม

อีกส่วนของเรื่องนี้คือ ภาพสะท้อนของ “วิกฤตสงครามยูเครน” ทั้งในส่วนของตัวประธานาธิบดีปูติน และผู้นำทหารรัสเซีย ที่พาประเทศเข้าไป “ติดหล่มสงคราม” กับสนามรบในยูเครน จนวันนี้ยังมองไม่เห็นด้านที่เป็นชัยชนะของฝ่ายรัสเซีย เห็นแต่เพียงความสำเร็จในการหน่วงรั้งการรุกกลับทางทหารของยูเครนในบางพื้นที่

แต่ทั้งหมดนี้คือ การเดิมพันอนาคตของ “ระบอบปูติน” และความอยู่รอดของเขาเอง ส่วนพริโกซินจะอยู่รอดปลอดภัยในเบลารุสหรือไม่ คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หรือว่าที่สุดแล้ว เขาจะมีชะตากรรมเดียวผู้ฝ่ายซ้ายคนสำคัญของการปฎิวัติบอลเชวิค คือ “ทรอตสกี้” ที่หนีออกมาจากรัสเซีย และจบชีวิตลงด้วยการถูกสังหารที่กรุงเม็กซิโก!

ข่าวล่าสุด