หลังจากนั้น จะมีการปรับกลยุทธ์ให้ "อุ๊งอิ๊งค์" พักร่างกาย ใช้วิดีโอคอลในการหาเสียงและจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับพื้นที่กทม. เมื่อถึงวันนั้น"นายเศรษฐา ทวีสิน" จะมีบทบาทนำในการลงพื้นที่มากขึ้น โดยหลังจากที่"นายเศรษฐา"ได้เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวแล้วจะประเดิมในการลงพื้นที่ กทม.ช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กทม.
การจัดวางเกมให้ "อุ๊งอิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มีภาพความโดดเด่นเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม ขณะที่ "นายเศรษฐา ทวีสิน" มีภาพของการเป็นนักธุรกิจ มีมุมมองการพัฒนาเศรษฐกิจ นี่จึงเป็นอีกเป้าหมายของการขับเน้นจุดเด่นของสองคนนี้ให้เป็นที่ต้องการของคนเมือง กรุงเทพมหานคร เรียกว่าได้สองแรงแข็งขันเรียกคะแนนคนเมืองให้เกิดแลนด์สไลด์ ในกรุงเทพมหานคร โดย"เพื่อไทย"วางเป้าหมายว่าจะได้ชัยชนะมากกว่า 20 ที่นั่ง
ที่ต้องจับตา จะมีการจัดให้"นายเศรษฐา"ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง ทดแทน หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยที่จะไปวีดีโอคอลแทนเร็วๆนี้
"ดร.พวงเพ็ชร" ยอมรับว่า ที่ผ่านมา"นายเศรษฐา" ต้องไปเคลียร์เรื่องการบริหารธุรกิจทำให้ไม่มีเวลาเข้ามาช่วยงานการเมืองเต็มที่ แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยแต่งตั้ง"นายเศรษฐา"เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะเข้ามาช่วยงานทางการเมืองอย่างเต็มตัว รวมถึงการขึ้นเวทีปราศรัยเพราะท่านมีความสามารถหลายด้าน
"ดิฉันไม่แน่ใจ นายกฯต้องหัวเสีย พูดถึงทักษิณก็หัวเสีย พูดถึงเศรษฐาก็หัวเสียอีก ว่าคุณเศรษฐา เก่งมาจากไหนอย่างไร ดิฉันก็งง ท่านนายกฯเก่งมาจากไหนเป็นอะไร ก็เป็นทหารคนหนึ่ง เพราะฉนั้นอย่าไปดูถูกคนอื่น ในยุคที่บ้านเมืองต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นฟู เพราะฉะนั้นใครที่เป็นักธุรกิจที่เก่งเข้ามาช่วยเหลือประเทศชาติ ควรต้องช่วยกันทั้งประเทศ เขามีใจมาช่วย ดิฉันคิดว่าดีแล้ว ที่ได้คนมีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วย" ดร.พวงเพ็ชร กล่าว