ล้างบางโกงสอบท้องถิ่น สถ.โละบัญชีใหม่ จับตานายกรัฐมนตรีกลับลำ
22 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะลึกปมโกงสอบท้องถิ่น หลัง สถ. สั่งโละบัญชีจัดเรียงคะแนนใหม่ 3 ขั้นตอน รื้อ-เรียง-รักษา ท่ามกลางกระแสข่าวลือมวยล้มต้มคนดู และจับตานายกฯ ถอยฉากไม่นั่งหัวโต๊ะ
ข่าว
22 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะลึกปมโกงสอบท้องถิ่น หลัง สถ. สั่งโละบัญชีจัดเรียงคะแนนใหม่ 3 ขั้นตอน รื้อ-เรียง-รักษา ท่ามกลางกระแสข่าวลือมวยล้มต้มคนดู และจับตานายกฯ ถอยฉากไม่นั่งหัวโต๊ะ
KEY
POINTS
22 กรกฎาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กางแผนแก้ปม โกงสอบท้องถิ่น หลังพบความผิดปกติของคะแนนสอบ สั่งโละบัญชีและจัดเรียงคะแนนใหม่ตามแนวทางรื้อ-เรียง-รักษา เพื่อเคลียร์ปมร้อน ล้างบางสอบท้องถิ่น ทั่วประเทศ ขณะที่สังคมจับตาการเปลี่ยนท่าทีของ นายกรัฐมนตรี ที่ถอยฉากไม่นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ก.กลาง จนเกิดกระแสวิจารณ์และข้อกังขาว่า อาจจบลงด้วยบทสรุปแบบ มวยล้มต้มคนดู เพราะเจอวิกฤตชนตอใหญ่ โดยวงในเผยปมลึกมาจากข้อท้วงติงทางกฎหมายเรื่องการเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ซ้ำร้ายเจอข้อมูลมหาวิทยาลัยต้นทาง เฉลยข้อสอบผิดจนต้องแจกคะแนนฟรี กลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ของ สอบท้องถิ่น68 ที่รัฐบาลต้องตอบสังคม
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีความผิดปกติในการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ล่าสุด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกเอกสารชี้แจงประเด็นสำคัญ เพื่ออธิบายมติคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า สถ. ได้วางแนวทางดำเนินการหลักไว้ 3 ขั้นตอน เพื่อแก้ไขปัญหาความคลาดเคลื่อนของคะแนนอย่างละเอียด:
1. ยกเลิกและประกาศขึ้นบัญชีใหม่:
มติ กสถ. เห็นชอบให้ยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ฉบับเดิม และให้ประกาศขึ้นบัญชีใหม่ โดยจะนำคะแนนมาตรวจสอบและจัดเรียงลำดับบัญชีกันใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำที่สุด เนื่องจากพบว่าระดับคะแนนของผู้เข้าสอบบางรายไม่ตรงกับความเป็นจริง
2. คัดกรองตามเกณฑ์มาตรฐาน:
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำทั้งภาค ก และภาค ข จะถูกปรับสถานะเป็น “สอบไม่ผ่าน” ทันที แม้ว่าเดิมจะมีชื่อสอบได้ก็ตาม เพื่อให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและคุณสมบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย
3. คุ้มครองสิทธิผู้สุจริต:
สำหรับกลุ่มที่สอบผ่านเกณฑ์ภาค ก และภาค ข อย่างถูกต้องตามผลคะแนนแท้จริง จะได้รับการคุ้มครองสิทธิให้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามลำดับใหม่ โดยยืนยันว่าคนกลุ่มนี้ “ไม่ต้องสอบใหม่”
ประเด็นนี้ยังมีเงื่อนงำที่ต้องตั้งคำถาม โดยเฉพาะตัวเลข 5,928 ราย ที่ก่อนหน้านี้มีการระบุว่า พบการแก้ไขคะแนน และเตรียมส่งชื่อให้คณะกรรมการกลางข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพิกถอนจากการเป็นข้าราชการ
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า เอกสารข่าวของกรม สถ. ฉบับล่าสุด กลับไม่มีการอ้างอิงถึงตัวเลข 5,928 ราย ตามที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยเคยแถลงไว้เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้เกิดข้อกังขาว่าตัวเลขนี้ “ยังไม่นิ่ง” หรือมีการตรวจพบข้อผิดพลาดประการใดเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะเดียวกัน ท่าทีของ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ถูกจับตาว่าเป็นการ “กลับลำ” หรือไม่ จากเดิมที่เคยประกาศเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ว่าจะนั่งหัวโต๊ะประชุม ก.กลาง ในวันที่ 23 กรกฎาคม ด้วยตนเองเพื่อจัดการเรื่องนี้ แต่ต่อมากลับเปลี่ยนท่าที อ้างว่าปัญหาคลี่คลายแล้ว และให้ กสถ. และ ก.กลาง ดำเนินการไปได้เลยโดยไม่ต้องรอตนเอง
ข้อมูลวงในระบุว่า เหตุผลที่ทำให้ต้องมีการเลื่อนประชุม ก.กลาง และทำให้ผู้นำรัฐบาลต้องถอยฉาก อาจมาจาก “ปัญหาข้อกฎหมาย” โดยมีคำท้วงติงจากอัยการว่า กสถ. อาจไม่มีอำนาจเพิกถอนประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบได้ตามมติวันที่ 17 กรกฎาคม เนื่องจากการประกาศขึ้นบัญชีถือเป็น "คำสั่งทางปกครอง” ที่มีการบรรจุแต่งตั้งและเริ่มทำงานไปแล้ว หากมีการเพิกถอนย่อมเสี่ยงต่อการถูกฟ้องกลับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บทสรุปของเรื่องนี้ยังคงเป็นที่กังขา ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่ามีความพยายามจะไม่จัดสอบใหม่ เพราะเสียดาย “บัญชีเด็กนาย” และกลุ่มที่ “จ่ายเงินแล้ว” การประกาศของกรม สถ. ที่ดูเหมือนจะมั่นใจในการแก้ปัญหาด้วยการจัดเรียงลำดับใหม่ จึงถูกตั้งคำถามว่าจะเป็นการ “จับปลาซิลปลาสร้อย” แต่กลับต้องสะดุดเพราะเจอ “ตอใหญ่” หรือไม่