svasdssvasds
เนชั่นทีวี

เจาะประเด็นร้อน

แผลเน่า"ทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร" โยงถึงกรณี"จ่าคลั่ง" ปริศนาไร้คำตอบ

02 มีนาคม 2566

จาก"จ่าคลั่ง"กราดยิงโคราช สู่แผลเน่า "ทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร" สะท้อนภาพการปราบปรามทุจริตในกองทัพ เมื่อฝ่ายค้านอภิปรายมาตรา 152 นายกฯ พบหัก 5 เปอร์เซนต์เข้ากระเป๋าใคร ยังคงไม่มีคำตอบ ติดตามได้ที่นี่ (คลิป)

"รายการคมชัดลึก" โดย "วราวิทย์  ฉิมมณี" ได้สัมภาษณ์  "ปดิพัทธ์ สันติภาดา" ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล และ "คุณก้อย" ผู้เสียหาย จากการพบความไม่ชอบมาพากล "โครงการบ้านพักสวัสดิการทหาร" มีการนำไปอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ในสภาที่ผ่านมา แต่ดูเหมือน "พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบอย่างตรงประเด็น ทิ้งคำถามปริศนา มีการหักเงิน 5 เปอร์เซนต์ เข้ากระเป๋าใคร  

 

แผลเน่า"ทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร" โยงถึงกรณี"จ่าคลั่ง" ปริศนาไร้คำตอบ

ทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร

 

"วราวิทย์" คุณก้อยไปกระทรวงยุติธรรมเมื่อปลายปีที่แล้วขอให้คุ้มครองพยาน คุณก้อยเข้าไปมีส่วนในการสร้างบ้านและขายให้กับกองทัพ แล้วไปรู้เห็นเรื่องราวของค่าธรรมเนียม 5% หักเข้ากระเป๋านายพลได้ยังไงครับ

 

"คุณก้อย" คือ ก้อยเป็นผู้ประกอบการเข้าไปขายบ้านให้กับกองทัพตั้งแต่ปี 54 ได้รับใบอนุญาติจากท่านเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกเป็นคนอนุมัติ แล้วก็สร้างบ้านขายให้กับกำลังพล การที่เข้าไปทางเจ้าหน้าที่ก็บอกเลยในการมาเป็นผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับกองทัพบก 5%

"วราวิทย์" เขาอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียม เราก็คิดว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่จะต้องจ่ายแบบนี้

"คุณก้อย" ใช่ค่ะ

"วราวิทย์" แล้วผู้ประกอบการคนอื่นๆที่ทำลักษณะนี้ก็มีเหมือนกัน

"คุณก้อย" มีค่ะ

"วราวิทย์" แล้ว 5% เขามีใบเสร็จอะไรออกมา

"คุณก้อย" ไม่มีค่ะ ซึ่งตอนนั้นเองก้อยเองคิดว่ามันเป็นกทบ.คือกองทรัพย์ของทหาร เป็นหน่วยงานนี้ก็ไม่ได้คิดในเรื่องของใบเสร็จจะถูกหรือจะผิด เพิ่งมาทราบว่าตรงนี้ผิดทางด้านกฎหมาย

"วราวิทย์" จริงๆ 5% เหมือนเงินใต้โต๊ะแหละ แล้ว 5%เข้ากระเป๋าใคร

"คุณก้อย" ก็ใครเป็นผู้อนุมัติละคะ หนูคิดว่ามันไม่ได้รู้แค่คนสองคน ผู้บริหารในหน่วยนี้อย่าลืมว่าระยะเวลาปี 54-63 ที่เขายกเลิกการเป็นผู้ประกอบการ ก้อยได้เจอกับท่านเจ้ากรมทุกท่านในการเรียกประชุมหรือว่าออกงาน ก็ทราบทุกท่านว่าก้อยเป็นผู้ประกอบการเพราะเขาออกใบอนุญาตให้ เพราะฉะนั้นพวกท่านเหล่านี้เป็นผู้อนุมัติ

 

แผลเน่า"ทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร" โยงถึงกรณี"จ่าคลั่ง" ปริศนาไร้คำตอบ

 

"วราวิทย์"  ตั้งแต่ปี 54-63 ที่คุณก้อยเข้าไปทำธุรกิจนี้ แล้วมารู้ได้อย่างไรว่ากลายเป็นเงินผิดกฎหมาย มาเชื่อมโยงได้อย่างไรว่าจะเป็นกรณีเดียวกันกับทหารที่คลั่งแล้วลุกขึ้นมากราดยิง

 

"คุณก้อย" ก่อนจะเกิดเหตุจ่าคลั่งที่โคราช มีทหารมาร้องเรียนก้อยแล้วก้อยให้กรมช่วยตรวจสอบให้ มีโครงการหนึ่งอ้างเอาใบผู้ประกอบการก้อยไปแอบอ้างขายทำให้กำลังพลนั้นเข้าใจว่าเป็นโครงการก้อย เขาโดนโกงเงินไปหมายถึงเงินทอนแล้วเขาไม่ได้ เขาก็เลยติดต่อก้อยมา ก้อยก็ 1.อยากจะช่วยน้องคนนี้ 2.อยากหาความจริงใครเอาโบรชัวร์ของเราไปแอบอ้าง

"วราวิทย์" จริงๆคนที่ไปขายให้ทหารคนนั้นไม่มีใบประกอบการ

"คุณก้อย" เขาก็มีของเขาค่ะ

"วราวิทย์" แต่เขาเอาของคุณก้อยไปอ้าง

"คุณก้อย" ใช่ค่ะ เขาเอาโบรชัวร์ไปแอบอ้างขาย

 

"วราวิทย์" กำลังพลที่มากู้ซื้อเขาจะต้องเสียอะไรที่ทำให้เขาไม่ได้เงินตรงนี้บ้าง

"คุณก้อย" เขาไม่ได้เสียอะไรเขากู้ตามสิทธิ์ สิ่งที่เขาจะเสียคือเงินที่เขาไม่ได้รับโดยตรงจากการกู้ เช่นเงินทอน กู้ 1.5 ล้าน คืน 5 แสน เขาต้องได้ 5 แสนตามที่เขากู้ไงคะเพราะว่าบ้าน 1 ล้านเราตกลงกันไว้ว่าคืนให้เขา 5 แสนนะ เพราะบ้านมัน 1 ล้าน เขาก็เป็นหนี้ 1.5 ล้าน

 

"วราวิทย์" กำลังพลอยากจะได้เงินก้อนตรงนี้จะเอาไปใช้หนี้หรืออะไรก็ได้

"คุณก้อย" แล้วแต่ก็ในส่วนของเขาเพราะเป็นสิทธิ์ของเขา บางคนก็เอาแต่บ้านอย่างเดียวก็กู้ล้านเดียวไม่เอาเงินทอนก็ได้เหมือนกัน

 

"วราวิทย์" แต่มีปัญหาตรงที่ตกลงกันไว้แล้วว่าครึ่งนึงจะเป็นเงินกู้อีกครึ่งขอเป็นเงินก้อนที่ได้มาตรงนี้แล้วมันไม่ได้

"คุณก้อย" ถูกต้องค่ะ น้องคนนั้นเขาไม่ได้จากตามข่าวที่ผ่านมาคือเขาโดนโกงเงิน  เหตุการณ์เกิดขึ้นต้นปี 63 คือ กุมภาพันธ์ แต่ในกรณีของก้อยที่เกี่ยวข้องจับได้ก่อน ก้อยเป็นผู้ประกอบการที่เสียหายโดนเอาโบรชัวร์ไปแอบอ้าง กำลังพลที่มาจากใต้เป็นผู้เสียหายคือโดนโกงเงินเหมือนกับน้องจ่าคนนี้ แต่ดีที่เขาโทรเบอร์มาตามโบรชัวร์ก้อยก็เลยประสานต่อให้กรมช่วยตรวจสอบ กว่าจะได้ประสานเป็นวันที่ 14 ก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหมดเลย  ทราบวันนั้นว่าในการอนุมัติ ปกติบ้านจะอนุมัติเขาต้องไปตรวจบ้านตรวจหลักทรัพย์แล้วถึงจะอนุมัติ ซึ่งต่างกับโครงการที่คุณป้าทำแล้วทุกคนปกติหมดเลย ก้อยก็เลยสงสัยตั้งแต่ตอนนั้น ก็ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมเพราะก้อยไม่รู้ว่าจะมีกำลังพลอีกกี่คนที่โดนแบบน้องคนนี้

 

"วราวิทย์" ระหว่างทางเจอเรื่องราวมีปัญหาปลายปีที่แล้วทำไมถึงขั้นต้องเข้ามาขอความคุ้มครองจากกระทรวงยุติธรรม

"คุณก้อย" ไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วก็โดนคุกคามค่ะ พอเราสืบทราบมาแล้ว มีการร้องเรียนเกิดขึ้น ร้องเรียนในเรื่องของการทุจริตตรงนี้ พอร้องเรียนผลออกมาทราบกันหมดแล้วว่า มีการทุจริตเกิดขึ้น ก้อยก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงกลับมาเล่นงานก้อยอีก ซึ่งมันชัดเจนในเมื่อจบเรื่องไปแล้วทำไมต้องรวบรวมกำลังพลมาร้องเรียนก้อยอีก แล้วร้องเรียนในที่นี้คือลูกบิดพัง ประตูพัง บ้านที่ซื้อไป 8-9 ปีพัง มาร้องเราซึ่งก้อยก็ให้ความร่วมมือ เพราะเห็นเป็นชุดคณะที่มีใบมาถูกต้องมาจากกองทัพบกนะ เป็นตัวกลางให้เราไปไกล่เกลี่ย เราก็ให้ความร่วมมือเพราะเราเองอยากทราบปัญหา แต่พอก้อยไปแล้วนั้นคือปลายปี 64 เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการไกล่เกลี่ย เป็นการคุกคามข่มขู่ให้เราอับอาย

 

แผลเน่า"ทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร" โยงถึงกรณี"จ่าคลั่ง" ปริศนาไร้คำตอบ

 

"วราวิทย์" คุณปดิพัทธ์หยิบเคสของคุณก้อยมาอภิปรายต้องการจะบอกอะไรตอนนี้

"ปดิพัทธ์" เราต้องการให้เห็นวัฒนธรรมการคอร์รัปชันในกองทัพว่าการหากินกับกำลังพลเป็นเรื่องที่เราเห็นมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการทำบัญชีชื่อปลอมของทหารเกณฑ์ เรื่องของการซื้อของที่แพงเกินจริงตั้งแต่กางเกงในยันอาวุธรบ แล้วพอมีเรื่องของเรือหลวงล่มซึ่งผมเป็นกรรมาธิการบริหารได้รับข้อมูลทั้งเรื่องเรือหลวงล่มแล้วก็เรื่องของทุจริตบ้านพักแล้วจุดร่วมมันเป็นเรื่องเดียวกัน คือกำลังพลเสียหาย ประเทศชาติเสียหาย เพราะมีการกินเล็กกินน้อยกันที่ต่อเนื่องยาวนาน ที่นี้ 5% ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ใครๆอาจจะสมรู้ร่วมคิดกันยอมรับได้ ผู้ประกอบการคิดว่า ถ้าไม่ได้จ่ายก็ไม่ได้งาน นายพลคิดว่า กินนิดกินหน่อยไม่เป็นไร

แต่เพราะต้องการได้ 5% นี้หล่ะทำให้เกิดกระบวนการโกงขึ้นมา กำลังพลเลยไม่ได้เช็กโดยตรง เช็กจะต้องไปเข้ากับจ่าคนหนึ่งที่เป็นจ่าเดินเช็กที่เราเห็นว่าเงินสะพัดวันหนึ่งเป็นร้อยล้าน แล้วจ่าคนนี้ถึงจะมาจัดการกับคุณก้อย ผู้ประกอบการทั้ง 28 ราย แล้วผู้ประกอบการให้กับจ่าอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนถือแฟ้ม จ่าคนนี้อยู่ในการคุ้มครองพยานเรียบร้อยแต่จ่าคนนี้ไม่รู้ว่าเงินที่ส่งให้นายแล้วนายไปส่งที่ไหนต่อ

แต่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่การโกงแบบนี้ 10 ปีไม่มีใครจับได้เลย ที่นี้พอมีป้าท่านนี้ที่อาจจะเส้นใหญ่กว่าผู้ประกอบการท่านอื่นถ้าไม่มีคุณป้าท่านนี้เรื่องก็จะไม่เกิด ป้าท่านนี้ละโมบกว่าคนนี้ ก็เลยเอาบ้านของคนอื่นไปหลอกขายแล้วก็รับเงิน แต่ว่าไม่ได้มีบ้านจริงแล้วอมเงินไว้

สิ่งที่เกิดขึ้นในคลิปที่น่าสนใจ คือว่า พอรู้ว่าป้าคนนี้ทำผิดมีการเรียกคุยซึ่งตัวละครที่เรียกคุยครบถ้วนว่าผู้บริหารทั้งหมดรับทราบเรื่องนี้ แต่เนื่องจากคุณป้าท่านนี้เป็นแม่ยายของนายทหาร ต้องบอกว่า 28 รายทำไมมีคุณก้อยที่ออกมาเพราะส่วนใหญ่เป็นทหารด้วยกันเอง เพราะฉะนั้น ก็เลยไม่มีใครทำอะไรเลย จับได้ 25-30 วันแล้วมีคลิปหลักฐานทุกอย่างรู้ว่ามีการทุจริต แต่ไม่ทำอะไรเลยจนสุดท้ายจ่าคนนี้ก็คลั่งขึ้นมา 

 

แผลเน่า"ทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร" โยงถึงกรณี"จ่าคลั่ง" ปริศนาไร้คำตอบ

 

สิ่งที่เราต้องการเปิดโปง คือว่า 1.กระบวนการทุจริตในกองทัพมีจริงและผบ.ทบ.ไม่เคยมีความรับผิดชอบเรื่องนี้ 2.กระบวนการตรวจสอบภายในของกองทัพ กองทัพพอเริ่มทุจริตจะบอกตรวจสอบแล้วตั้งกรรมการแล้ว วันนี้เราก็เลยเปิดผลการตรวจสอบให้ดูว่ารายชื่อคนตรวจสอบมีใครบ้างและผลการตรวจสอบเป็นยังไงบ้าง พอผลการตรวจสอบค้านสายตา กองเงินเป็นร้อยๆล้าน ทำคนตาย 30 คน แต่ลงโทษแค่เนี่ย เพราะงั้นเราจึงชัดเจนการตรวจสอบภายในของกองทัพมีปัญหา ซึ่งต่างจากต่างประเทศ ของเขาคนที่ตรวจสอบคือตัวแทนสภาผู้แทนราษฎรไม่มีศาลทหารไม่มีกรรมการภายใน เป็นผู้ตรวจสอบจากภายนอกมาตรวจสอบ

 

แผลเน่า"ทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร" โยงถึงกรณี"จ่าคลั่ง" ปริศนาไร้คำตอบ

 

ตอนที่ผมอภิปรายไม่มีรัฐมนตรีท่านใดนั่งอยู่เลยแล้วพอหลังอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ก็ขึ้นมาตอบแล้วก็ตอบเรื่องอื่นที่ผมไม่ได้ถาม แต่คุณประยุทธ์ชี้หน้าแล้วบอกแน่จริงให้ไปขึ้นเครื่องรบกับผมสิ คือมันไม่ใช่เรื่องเลยครับ สุดท้ายเขาก็เลยชี้เอางั้นก็เอาหลักฐานมาให้ผม พอเขาลงจากบัลลังก์ไปผมก็วิ่งตามไปที่ลิฟต์แล้วบอกนายกฯรอแปปนึงผมจะเอาหลักฐานไปให้ซึ่งแกก็ไล่ผมออกมา

ความคาดหวังคือผมได้พาคุณก้อยและเอกสารทั้งหมดส่งกับมือคุณประยุทธ์เองเพราะคุณก้อยร้องเรียนมาทุกเส้นทางแล้วไม่เคยมีอันไหนเห็นความรับผิดชอบจากรัฐบาลเลย สูงสุดก็แค่กระทรวงกลาโหมซึ่งมันก็จบแบบที่เราเห็น แล้วเราเจอว่าพยานกำลังโดนคุกคามมีการเข้าไปบุกทำร้ายในคอนโดโดยนายพลคนนั้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ขออย่างเดียวคุณประยุทธ์จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ในเมื่อผมเอาหลักฐานไปให้คาตา ความรับผิดชอบก็คือว่าคุณจะทำอย่างไร

 

คลิป>>> ล้างทุจริตบ้านพักกองทัพ