"วราวิทย์" : มองพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นอย่างไร จากที่เคยมีการแบ่งขั้วอำนาจ
"ณัฐวุฒิ" : ผมเจ็บปวดไม่ต่างกัน เมื่อย้อนเหตุการณ์ แต่การยืนของพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ยืนในฐานะศัตรู แต่ยืนคนละขั้วอุดมการณ์ทางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ยืนอยู่ฝั่งอนุรักษ์นิยม แต่มาเสียสถานะ เมื่อ"พล.อ.ประยุทธ์" มาเล่นการเมืองปี 2562 ขณะที่พรรคเพื่อไทย ถูกเรียกว่าเป็นพรรคฝั่งประชาธิปไตย ซึ่งหากสองพรรคจะจับมือกันต้องมีเงื่อนไขพิเศษที่สำคัญวันนี้ สถานการณ์ในพรรคประชาธิปัตย์ แค่จับมือกันเองยังยาก คงไม่มีเวลาคิดจะจับมือกับใคร
"วราวิทย์" :"รวมไทยสร้างชาติ" มีโอกาสจับมือกันมั้ย
"ณัฐวุฒิ" : เป็นพรรคที่ยืนอยู่คนละข้างเพราะการตั้งต้นเคมีต่างกันมากที่จะรวมกัน
"วราวิทย์": แล้วภูมิใจไทยหล่ะ
"ณัฐวุฒิ" : เป็นการยืนคนละข้างเช่นกัน เพียงแต่ว่า จะให้พรรคเพื่อไทย มาฟันธงว่าอยู่กับพรรคใดได้บ้าง เราไม่เคยทำ เพราะเรามีเป้าหมายสำคัญ แต่ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยออกมาแสดงเจตนารมณ์แล้ว
วราวิทย์ : ตัวคนที่จะมาเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี "คุณอุ้งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร" กำลังตั้งครรภ์ จะมาเป็นได้หรือ
ณัฐวุฒิ : ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย แต่รอมติกรรมการบริหารพรรค เพราะพรรคเพื่อไทยถูกเล่นงานด้วยกติกาทางการเมือง เพราะถือเป็นธรรมชาติที่ผู้หญิงจะมีการตั้งครรภ์ซึ่งผู้นำหญิงหลายประเทศเมื่อคลอดกลับมาทำหน้าที่ผู้นำได้เช่นกัน
วราวิทย์ : กรณี 3 ป.เป็นการแยกกันเดิน หรือแข่งกันเองเพื่อแยกกันเดิน
ณัฐวุฒิ : ไม่คิดว่าจะตัดสวาทขาดสัมพันธ์ คนกลุ่มนี้พร้อมร่วมมือกันทางการเมือง จับขั้วกันตั้งรัฐบาล หรือทำทางใดทางหนึ่งทางการเมืองได้ตลอดเวลา เพียงแต่สิ่งที่มองเห็น เหตุปัจจัยในการ
จับมือกัน เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เดิมเดินมาด้วยกัน 40-50 ปี เป็นนายทหาร ผูกพันกันมาแบบพี่น้อง แต่ขณะนี้ความรู้สึกนั้นไม่มี สำหรับการตัดสินใจทางการเมือง เป็นเรื่องผลประโยชน์ทางอำนาจการตกลงทางการเมือง เยี่ยงนักการเมืองที่เคยดูหมิ่นและชิงชัง เป็นเหตุผลหลัก ประเทศไทยสูญเสียโอกาสไป 8 ปี ที่ถูกนำไปเป็นผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อแย่งชิงอำนาจรัฐ อำนาจเงิน
คลิป>>>> ปล่อยข่าวดีลลับ สกัดแลนด์สไลด์