พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชหัตถเลขา ขนานพระนามว่า “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ” เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548 และพระราชทานเสมาอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.ทองคำ
โดยพระนามของพระองค์นั้น แปลว่า “ผู้ทำประทีปคือปัญญาให้สว่างกระจ่างแจ้ง ผู้ทำเกาะคือที่พึ่งให้รุ่งเรืองโชติช่วง” โปรดเกล้าฯ ให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า "His Royal Highness Prince Dipangkorn Rasmijoti"
เมื่อทรงมีพระชนมายุครบ 1 เดือน ได้มีพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2548 และเมื่อทรงเจริญพระชันษาครบ 1 ปี ในวันที่ 29 เมษายน 2549 กรมธนารักษ์จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก พร้อมอัญเชิญพระรูปของพระองค์ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย จำหน่ายให้ประชาชนเป็นที่ระลึก ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา โดยทรงเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ อาทิ กิจกรรมงานสัปดาห์รักการอ่าน ทั้งยังทรงร่วมการแสดงในงานของโรงเรียน ทั้งยังทรงสนพระทัยในการบินตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยเสด็จไปประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ในรายการหนูน้อยจ้าวเวหา ด้วยพระองค์เอง โดยทรงลองฝึกการบังคับเครื่องบินชนิดต่างๆ ปัจจุบัน เสด็จฯไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี
นอกจากนี้ ยังทรงร่วมกิจกรรมจิตอาสาในโครงการจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ ทรงทำจิตอาสา บำเพ็ญประโยชน์ทำความสะอาดวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร เสด็จฯไปประทานสิ่งของแก่ตัวแทนจิตอาสาในพื้นที่ต่างๆ ทรงประกอบอาหารประทานให้แก่จิตอาสาฯ ทั้งยังทรงสนพระทัยในพระพุทธศาสนา และด้านกีฬาเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ ยังมีสถาบันการศึกษา การแพทย์ และการสาธารณสุข อัญเชิญพระนามเป็นชื่อ อาทิ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ ห้องสมุดทีปังการรัศมีโชติ อุทยานการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ ทีปังกรรัศมีโชติ
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของ สมด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าที่ปังกรรัศมีโซติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราซกุมาร' ทรงเจริญ พระชันษาครบ 18 ปี ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยสมบูณ์แข็งแรง และทรงพระเจริญ