นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานน่าน กล่าวว่าเทศกาลงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน "เสน่ห์แห่งสายน้ำน่าน" คือ Soft Power ทางวัฒนธรรมที่สืบสานและต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ซึ่งททท. พร้อมผลักดันให้เป็นจุดเชื่อมโยงท่องเที่ยวภาคเหนือ กระจายรายได้สู่เมืองรอง และสนับสนุนให้เกิดแนวทาง "ท่องเที่ยวปลอดภัย งดการดื่มในงาน" เพื่อลดความรุนแรง ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ สร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มโดยเฉพาะครอบครัวและเยาวชน โดยไม่ลดทอนความคึกคักของงาน
นายราเชนทร์ กาบคำ นายกสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน กล่าวว่า สมาคมฯ เน้นการสืบสานวัฒนธรรมการแข่งเรือจังหวัดน่าน มีความสนุกสนานและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นหัวใจของการแข่งขัน ควบคู่การสร้างมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมเสื้อชูชีพตลอดการแข่งขัน ตรวจสภาพเรือก่อนลงสนามทุกครั้ง และควบคุมจำนวนฝีพายต่อลำให้เหมาะสม พร้อมสนับสนุนนโยบายงดเหล้าก่อน-ระหว่าง-หลังการแข่งขัน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ลดความเสี่ยง และรักษาบรรยากาศที่ปลอดภัยของชุมชน
นายอธิปัตย์ สายสูง ผู้แทนสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า งานแข่งเรือน่านคือ "พื้นที่สาธารณะทางวัฒนธรรม" ที่เชื่อมโยงคนทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน และมีอิทธิพลต่อค่านิยมของสังคมในวงกว้าง "การจัดงานปีนี้จะรักษาแก่นแท้และคุณค่า จิตวิญญาณดั้งเดิมของประเพณีไว้อย่างครบถ้วน ควบคู่การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตามข้อเสนอจากเวทีสาธารณะ" นาย อธิปัตย์ กล่าว
ในช่วงก่อนงานแถลงข่าว ได้มีการจัดกิจกรรม "สเก็ตเรือน่าน" เพื่อบ่มเพาะฝีพายรุ่นใหม่ โดยมีเยาวชนสมัครเข้าร่วมทั้งสิ้น 53 คน แบ่งเป็นเยาวชนชาย 44 คน และเยาวชนหญิง 9 คน สะท้อนความสำเร็จของการปลูกฝังความผูกพันกับสายน้ำน่านให้เด็กและเยาวชนตั้งแต่วัยเยาว์ โดยผู้ชนะ ผู้แข่งขันสเก็ตเรือน่านสร้างสุข ชนะเลิศชาย รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ด.ช.ปุณณภพ บัวหอม เรือขุนตี๋ ม.พัน 15, ชาย รุ่นอายุ 9-10 ปี ด.ช.ปิยชนน์ บุญศรี เรือยอดสิงห์ทองเพชรนาวา, ชาย รุ่นอายุ 11-12 ปี ด.ช.ธนกฤต ทะนันไชย เรือเทพทองคำ, ชาย รุ่นอายุ 13 ปีขึ้นไป ด.ช.อมรเทพ เกียรบำรุงขจร เรือจิราภรณ์ทรัพย์พูลทวี, หญิง ด.ญ.จิตรทิวา รติชนารากุล เรือธิดาพันแสง
การจัดกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่คนรุ่นใหม่ ให้เด็กและเยาวชนได้รู้จักคุณค่าของประเพณีเรือน่านตั้งแต่ต้นทาง ไม่เพียงในฐานะผู้ชมการแข่งขัน แต่เป็นผู้มีส่วนร่วมและมีโอกาสพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรมการแข่งเรือในอนาคต