กางกฎหมายฟันแก๊งโกงสอบท้องถิ่น ผิดระนาว
ดร.วิเชียร ได้กางข้อกฎหมายและแยกแยะกระทงความผิดของกลุ่มบุคคลดังกล่าวออกเป็นกรณี
"กรณีเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ หากผู้ร่วมกระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงาน แล้วไปเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149"
"กรณีแก้ไขกระดาษคำตอบ หากเป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ทำและกรอกข้อความลงในเอกสารคำตอบ แต่กลับทำการแก้ไขเพิ่มเติมคะแนนในเอกสารดังกล่าว เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 และมาตรา 265"
"กรณีนำเอกสารไปอ้างใช้ เมื่อมีการนำกระดาษคำตอบซึ่งแก้ไขคะแนนแล้วไปใช้ จะถือเป็นการใช้หรืออ้างเอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268"
"กรณีกรอกคะแนนเข้าสู่ระบบ หากนำคะแนนปลอมไปลงในระบบคอมพิวเตอร์ ถือเป็นการนำข้อมูลปลอม ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่บิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ย่อมมีความผิดตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550"
"ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ การกระทำข้างต้นทั้งหมด ถือเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157"
"ความผิดฐานซ่องโจร และจริยธรรม พฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่ร่วมกระบวนการ หากมีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกันกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 2 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ย่อมมีความผิดฐานซ่องโจร ตามมาตรา 210
และหากมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้ามีส่วนร่วมขบวนการทุจริตข้อสอบ นอกจากจะมีความผิดทางอาญาแล้ว ยังมีความผิดร้ายแรงเรื่องจริยธรรมด้วย"
ส่วนประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองเรื่องการเพิกถอนผลการบรรจุหลังจากผู้สอบเข้าเข้ารับตำแหน่งไปแล้วนั้น
ดร.วิเชียร ชี้แจงว่า ในช่องทางตามกฎหมายสามารถทำได้ แต่การเพิกถอนย้อนหลังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบเสียก่อน เนื่องจากมีผู้เข้าสอบอีกจำนวนมากที่ใช้ความรู้ความสามารถตนเองอย่างสุจริต จนได้รับการบรรจุแต่งตั้ง ผู้มีอำนาจรัฐจะต้องให้ความยุติธรรมแก่บุคคลเหล่านี้ด้วย
“หากมีการสั่งเพิกถอนย้อนหลังแบบยกเข่ง ผู้ที่สอบผ่านโดยสุจริตย่อมมีสิทธิยื่นฟ้องหน่วยงานหรือบุคคลที่ออกคำสั่งต่อศาลปกครอง และหากพิสูจน์ได้ว่า ผู้ออกคำสั่งปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้สอบผ่านโดยสุจริตที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว บุคคลผู้ออกคำสั่งเพิกถอนแบบไม่แยกแยะนั้น ก็อาจต้องตกเป็นผู้ต้องหาและมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เสียเอง” ดร.วิเชียร กล่าวเตือนในตอนท้าย