ลุยรุกหาดฟรีด้อม เตรียมรื้อเพิง 3 หลัง เจ้าของหายเข้ากลีบเมฆ
12 พ.ค. 2569

ผู้ช่วย รมว.ทส. นำกำลัง เข้าตรวจสอบกลุ่มหาผลประโยชน์ รุกล้ำหาดฟรีด้อม พบเพิง 3 หลัง ดัดแปลงเป็นร้านอาหารกว่า 2 ปี เตรียมดำเนินคดี-รื้อถอน ส่วนเจ้าของหายเข้ากลีบเมฆ
ข่าว
12 พ.ค. 2569

ผู้ช่วย รมว.ทส. นำกำลัง เข้าตรวจสอบกลุ่มหาผลประโยชน์ รุกล้ำหาดฟรีด้อม พบเพิง 3 หลัง ดัดแปลงเป็นร้านอาหารกว่า 2 ปี เตรียมดำเนินคดี-รื้อถอน ส่วนเจ้าของหายเข้ากลีบเมฆ
12 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งทรัพยากรจังหวัด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพื้นที่ (สปก.พื้นที่) และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังลงพื้นที่ หาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต เพื่อเข้าตรวจสอบและผลักดันกลุ่มผู้ประกอบการที่รุกล้ำพื้นที่ป่า อ้างเอกสิทธิ์ มาหาผลประโยชน์ส่วนตัว และเพื่อปราบปรามกลุ่มบุคคลที่ตั้งตนเป็นผู้มีอิทธิพล
โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ พื้นที่เป้าหมายสำคัญ มีลักษณะเป็นเพิงพัก ที่ตั้งร้านอาหาร อยู่หลายเพิงพัก แต่ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใดแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของเพิงพักร้านค้าดังกล่าว และที่พบความผิดชัดเจนมีลักษณะการดัดแปลงจะมีอยู่ 2 เพิงพัก ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ทั้งหมด 25 ตารางวา ซึ่งตรวจสอบไม่ระบุผู้ครอบครอง ส่วนอีก 1 จุด อยู่ใกล้กัน ก็มีลักษณะบุกรุกพื้นที่ป่าเช่นกัน
และเจ้าหน้าที่ สปก. อธิบายว่า พื้นที่ สปก. 3 ไร่ จริงๆจะอยู่ห่างจากจุดที่สร้างเพิงพักไปประมาณ 20 เมตร แต่จุดที่สร้างเพิงพักจำนวน 2 หลัง ที่พบว่าทำเป็นร้านน้ำปั่น เป็นพื้นที่ที่อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ ดังนั้นเป็นอำนาจของกรมป่าไม้ ที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ สปก.พบว่ามีการรุกล้ำพื้นที่ป่าทำเป็นเพิงพักมาตลอด 2 ปีจนถึงปัจจุบัน
ส่วนเพิงพักที่เหลืออีกเกือบ 10 หลัง เป็นพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ยังไม่มีการจัดสรร นั่นหมายความว่า อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ หรือเป็นพื้นที่กรมป่าไม้ โดยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าหรือไม่ หลังจากมีการอ้างเอกสารสิทธิ์ ซึ่งจะต้องตรวจสอบด้วยว่าเอกสารสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่
โดยหลังจากตรวจสอบ พล.ต.ต.นันทชาติ ระบุว่า 1-2 เดือนที่ผ่านมา ทีมงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและทางจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ หาดฟรีด้อม จับกุมดำเนินคดีไปส่วนหนึ่งแล้ว ในวันนี้เราลงพื้นที่ในจุดที่เหลือ พบว่า มีการสร้างเพิง 3 หลัง จุดนี้ตรวจสอบแล้วพบว่าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ ใช้ประโยชน์ของป่าไม้
หลังจากนี้กรมป่าไม้ จะเข้ามาดำเนินการรื้อถอน และวันนี้ยังไม่มีใครมาแสดงตนเป็นเจ้าของ แต่ทันทีที่ตนเองเดินมาถึงจุดนี้ ได้เห็นบุคคลวิ่งหนีหายไป ในอีกส่วนหนึ่งบริเวณด้านบน มีทั้งร้านอาหารและที่อยู่อาศัย ในส่วนนี้เขาอ้าง นส.3 ก. ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าผิดหรือไม่
ทั้งนี้ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการมาที่รัฐมนตรีสุชาติ ว่า เรื่องนี้ยอมไม่ได้ ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยทั้งหมด รัฐมนตรีสุชาติ จึงได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่มาตรวจสอบร่วมกับทางจังหวัดภูเก็ต หากเราไม่ทำตรงนี้ก่อน ในอนาคตคนเหล่านี้ก็จะสร้างและบุกรุกเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม
ส่วนพื้นที่ข้างบนเห็นที่อ้างว่าเป็นที่ของ นส.3 ก. เราจะตรวจสอบว่า ได้ที่มาถูกต้องหรือไม่ เป็นการออกทับ สปก.หรือไม่ หากคุณมี สค.1 ทำไมไม่ทำเป็นโฉนดทำเป็น นส. 3 ก. ซึ่งตรงนี้คุณอ้างได้ เราก็ตรวจสอบเพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หากผิดเราก็จะดำเนินคดี
พล.ต.ต.นันทชาติ ระบุอีกว่า รัฐมนตรีสุชาติ สั่งการมาว่า จะต้องทำตรงนี้คืนผืนป่าและชายหาดให้กับพี่น้องประชาชน โดยที่ประชาชนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มคน หรือผู้ที่อ้างตัวเป็นเสี่ยหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลในยุคสมัยของท่านนายกฯอนุทิน จะไม่ให้ราคากับคนกลุ่มนี้ เสี่ยคนดังกล่าวแสดงปฏิกิริยา ยิงปืนข่มขู่ก็ไม่เป็นอะไร ผิดอะไรตนก็จะดำเนินคดีตามนั้น ได้ประสานงานกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตเรียบร้อย ทุกฝ่ายเอาจริง ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ขอให้ประชาชนชาวภูเก็ตสบายใจได้
ทั้งนี้ เรื่องบุกรุกพื้นที่ป่านั้น พูดได้เลยว่า นายกฯอนุทินและรัฐมนตรีสุชาติเอาจริง ไม่เพียงแค่จุดนี้ ที่อื่นก็เหมือนกัน ยืนยันไม่มีอะไรอยู่เหนือกฎหมาย ถ้าข้าราชการกลัวอิทธิพล ชาวบ้านก็จะลำบากเดือดร้อน
ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนช่วย เช่น การเก็บส่วย หรือ ออกเอกสารสิทธิ์ให้ครอบครอง ถือเป็นการปิดตาข้างหนึ่งหรือไม่ พล.ต.ต.นันทชาติ ระบุว่า ปิดตาข้างหนึ่งก็ถือว่าตาบอดข้างหนึ่งแล้ว ถ้าอยากจะตาบอดอีกข้างหนึ่ง บอดทั้งสองข้าง ไม่เป็นอะไร โดยเรื่องนี้ทางกรมป่าไม้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนข้อเท็จจริง ผิดว่าไปตามระเบียบและผิดกฎหมาย หากกระทำผิดละเว้น ม.157 และรับผลประโยชน์ เราก็ต้องดำเนินการ รวมถึงทางวินัยด้วย
ยืนยันว่า คดีนี้จะไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างที่ผ่านมา รัฐมนตรีสุชาติเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.69) นายกฯอนุทินและรัฐมนตรีสุชาติ จะเดินทางลงพื้นที่ด้วยตัวเอง รัฐมนตรีสุชาติย้ำมาเลยว่า ที่ตรงนี้ต้องทวงคืน เป็นที่ของป่าไม้ ต้องคืนกลับมาให้พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสามารถใช้ที่ดินตรงนี้ได้ เพราะเป็นสมบัติของชาติ พวกคุณจะมาเอาเปรียบไม่ได้
สำหรับพื้นที่ที่เข้าปฏิบัติการวันนี้ เป็นพื้นที่ที่มีการรุกล้ำใหม่ อยู่นอกเหนือพื้นที่ 57 ไร่ ที่มีการเปิดปฏิบัติการทลายมาเฟียหาดฟรีด้อม ในช่วงเดือน มี.ค.69 ที่ผ่านมา และขณะนี้ 57 ไร่ ดังกล่าว เข้าสู่กระบวนการจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 23 คดี
และระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่หาดฟรีด้อมนั้น ก็ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ มาท่องเที่ยว นอนเล่นบนชายหาด และเล่นน้ำกันที่หาดฟรีด้อม อย่างสนุกสนาน
ด้านนายอุทัย สงวนนามสกุล นักท่องเที่ยวชาวไทย บอกว่า วันนี้ที่มาท่องเที่ยวที่หาดฟรีด้อม ไม่ได้ถูกใครรีดไถ เดินเข้ามาได้ปกติ แต่พบว่ามีป้ายเยอะ ก็สงสัยว่าต้องมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ และในความรู้สึกที่ได้มาหาดฟรีด้อม ค่อนข้างอันซีน เพราะเป็นหาดที่ใหม่ ดูดี ยังไม่ค่อยมีคนมา ยังออแกนิก และมองว่า ถ้าหาดนี้ไม่มีเรื่องการเมือง และทุกคนทำเหมือนว่าเป็นเจ้าของประเทศ คาดว่าจะยังเป็นธรรมชาติแบบนี้ไปตลอด ไม่มีปัญหาแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้(13 พ.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ตรวจสอบหาดฟรีด้อม ในเวลา 16.00 น. ด้วย
ข่าวล่าสุด