มท.3 สั่งฝ่ายปกครองคุมเข้ม! ห้ามสถานบันเทิงลักลอบเปิดบริการ
12 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

มท.3 สั่งฝ่ายปกครองติดตามสถานบันเทิงลักลอบเปิดให้บริการ ย้ำบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่อง หลังลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต-ปล่อยมั่วสุมยาเสพติดภายในร้าน
ข่าว
12 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

มท.3 สั่งฝ่ายปกครองติดตามสถานบันเทิงลักลอบเปิดให้บริการ ย้ำบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่อง หลังลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต-ปล่อยมั่วสุมยาเสพติดภายในร้าน
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ชี้แจงหลังมีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์อ้างถึงสถานบริการแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ซึ่งเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมาย อาจกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดยยืนยันว่า ไม่ได้เปิด พร้อมสั่งการให้ฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังการลักลอบเปิดสถานบริการ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเข้มงวด และไม่เปิดโอกาสให้มีการกระทำอันเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ได้นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “Check-in The Airport” เข้าตรวจสอบสถานบริการแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลวังตะกู อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า ลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และปล่อยปละละเลยให้มีการมั่วสุมยาเสพติดภายในร้าน
ผลการเข้าตรวจค้นพบผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด 377 คน โดยมีผู้มีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก 76 คน เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง พร้อมมีคำสั่งปิดสถานบริการดังกล่าว ซึ่งปฏิบัติการครั้งนั้นได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากสามารถตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของชุมชน และแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากการรายงานของฝ่ายปกครองในพื้นที่ อำเภอเมืองนครปฐมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดประกาศคำสั่งปิดสถานบริการอีกครั้ง พร้อมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ภายหลังได้รับข้อมูลในพื้นที่ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีความพยายามกลับมาเปิดดำเนินกิจการ จึงได้เตรียมความพร้อมในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนคำสั่งของทางราชการ
นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการเข้าตรวจค้นหรือสั่งปิดสถานบริการในครั้งเดียว แต่ต้องมีการติดตามผลอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำ หากตรวจพบว่ามีการลักลอบเปิดสถานบริการ หรือมีพฤติการณ์เปลี่ยนชื่อกิจการ เปลี่ยนนิติบุคคล หรือใช้บุคคลอื่นดำเนินการแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
“การบังคับใช้กฎหมายจะไม่สิ้นสุดเพียงวันที่เข้าตรวจค้นหรือมีคำสั่งปิด แต่ต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะกฎหมายต้องใช้บังคับกับทุกคนอย่างเท่าเทียม และกระทรวงมหาดไทยจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดอาศัยช่องว่างของกฎหมายกลับมากระทำผิดซ้ำ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว