“นายกอนุทิน” ใจหาย 2 ทศวรรษ ศอ.บต. ถูกละเลย ลั่น ‘คืนเกียรติ’ ขรก.ใต้
27 เม.ย. 2569

“นายกอนุทิน” รับ “ใจหายไ 2 ทศวรรษ ศอ.บต. ถูกละเลย ลั่น “คืนเกียรติ” ขรก.ที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้-เลขาฯ ศอ.บต. ชี้คนทำงานใจชื้น
ข่าว
27 เม.ย. 2569

“นายกอนุทิน” รับ “ใจหายไ 2 ทศวรรษ ศอ.บต. ถูกละเลย ลั่น “คืนเกียรติ” ขรก.ที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้-เลขาฯ ศอ.บต. ชี้คนทำงานใจชื้น
27 เมษายน 2569 ปรากฏภาพความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจยิ่งในมิติการเมืองและความมั่นคง เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบนโยบายแก่ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ถึงถิ่น
การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตรวจราชการตามวงรอบปกติ แต่กลับกลายเป็นปรากฏการณ์ "ปลุกใจ" ครั้งสำคัญ เมื่อผู้นำรัฐบาลกล่าวเปิดใจกลางห้องประชุมถึงความรู้สึก "ใจหาย" หลังได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า หน่วยงานที่เป็นหัวใจหลักในการบริหารจัดการพื้นที่ขัดแย้ง กลับถูกละเลยจากระดับนโยบายมานานกว่า 20 ปี
ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. นายอนุทินได้ระบุช่วงหนึ่งของการพบปะว่า ตนได้รับข้อมูลที่น่าตกใจจากเลขาธิการ ศอ.บต. ถึงสถิติการมาเยือนของผู้นำระดับสูง
"เมื่อสักครู่ท่านเลขาฯ บอกผมว่า ตั้งแต่ตั้งหน่วยงานนี้มา หรือในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ค่อยจะมีระดับผู้นำรัฐบาล หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้มานั่งพูดคุย มาพบปะกับพวกเราถึงที่นี่แบบนี้บ่อยนัก ผมฟังแล้วก็ใจหายนะ และผมก็บอกท่านเลขาฯ ไปว่า ต่อจากนี้ไปผมจะมาหาพวกเราให้บ่อยขึ้น"
คำกล่าวนี้ถูกตีความในเชิงสัญลักษณ์ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังพยายาม "อุดช่องว่าง" ระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ละเอียดอ่อนที่ความห่างเหินมักถูกเปลี่ยนเป็นความระแวง
นายอนุทินย้ำว่า ข้าราชการ ศอ.บต. คือ "ฟันเฟืองที่สำคัญที่สุด" ในการสร้างสันติสุข พร้อมยอมรับว่าโจทย์การทำงานในชายแดนใต้นั้น "ไม่หมู" และต้องใช้ "หัวใจที่แกร่งกว่าคนปกติ" โดยเขาได้ชูยุทธศาสตร์ "ความไว้วางใจ " เป็นเข็มทิศหลัก
นายกรัฐมนตรีมองว่า หากข้ามพ้นกำแพงความระแวงไปได้ การพัฒนาที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยยึดหลักพระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เป็นฐานราก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงศักยภาพของพื้นที่ เช่น "ผังเมืองยะลา" ที่มีความเป็นสากลและสวยงามระดับโลก แต่กลับถูกบดบังด้วยหมอกควันของความไม่สงบ
"ทำไมเราปล่อยให้สิ่งที่เป็นจุดแข็ง กลับกลายไปถูกเก็บไว้อยู่ในซอกกำแพง แล้วเอาสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เลย คือความไม่สงบ ความแตกแยกสามัคคีขึ้นมา... ทุกฝ่ายเจ็บตัวหมด แพ้หมด ไม่มีใครชนะเลยจากสิ่งเหล่านี้" นายอนุทิน ระบุ
ในช่วงท้ายของการพบปะ นายอนุทินได้ให้คำมั่นสัญญาต่อหน้าข้าราชการถึง 3 ครั้ง ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มกำลัง และสั่งการให้เจ้าหน้าที่อย่าเพิ่งย่อท้อต่ออุปสรรค โดยระบุว่าการหยุดชะงักของเจ้าหน้าที่หมายถึงการถอยหลังของกระบวนการสันติภาพทั้งหมด
"เราหยุดไม่ได้ ตราบใดที่สันติสุขมันไม่เกิด เราก็ต้องทำต่อไปจนกว่ามันจะเกิด ท้อถอยไม่ได้ ย่อท้อไม่ได้ พอย่อท้อปุ๊บ ทุกอย่างมันก็จะหยุดหมด และถอยหลัง"
นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยความรู้สึกของข้าราชการในพื้นที่ว่า ทุกคนรู้สึกดีใจและมีกำลังใจขึ้นมาก การที่ผู้นำรัฐบาลลงมานั่งคุยอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงแต่สร้างขวัญกำลังใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้หารือมิติการแก้ปัญหาที่ตรงจุด โดยเฉพาะเรื่อง "ยาเสพติด" และ "การกระตุ้นเศรษฐกิจ" ซึ่งเป็นปัจจัยแทรกซ้อนที่สำคัญในพื้นที่
การลงพื้นที่ครั้งนี้จบลงด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เมื่อนายอนุทินกล่าวหยอกล้อถึงเสียงของตนเองที่ดูนุ่มนวลขึ้นเพราะสัมผัสถึงความเป็นพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งถือเป็น "Soft Power" ในการบริหารงานที่เรียกเสียงรอยยิ้มจากคน ศอ.บต. ได้เป็นอย่างดี
การเยือน ศอ.บต. ของนายอนุทินในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการบริหารงานชายแดนใต้ หากคำสัญญาที่ว่าจะ "มาให้บ่อยขึ้น" ถูกนำไปปฏิบัติจริง เพราะปัญหา 20 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ส่วนกลางมองข้าม "จิตวิญญาณ" ของคนทำงานในพื้นที่ การมาเยือนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การตรวจงาน แต่คือการ "คืนเกียรติ" ให้แก่ข้าราชการผู้เสียสละที่ปลายด้ามขวานอย่างแท้จริง
ข่าวล่าสุด