ฮัจญ์เที่ยวแรกคึก! “เจเศรษฐ์ – ปิยะศิริ” ดูแลราบรื่นก่อนเดินทาง
26 เม.ย. 2569

ฮัจญ์เที่ยวแรกคึก! “เจเศรษฐ์ – ปิยะศิริ” ดูแลราบรื่น กำชับรับมืออากาศร้อนสุดขั้ว ชูภาพลักษณ์ไทย-ดุอาร์สันติสุข ฝากเป็นทูตวัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดรอยยิ้มและความสง่างาม
ข่าว
26 เม.ย. 2569

ฮัจญ์เที่ยวแรกคึก! “เจเศรษฐ์ – ปิยะศิริ” ดูแลราบรื่น กำชับรับมืออากาศร้อนสุดขั้ว ชูภาพลักษณ์ไทย-ดุอาร์สันติสุข ฝากเป็นทูตวัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดรอยยิ้มและความสง่างาม
บรรยากาศที่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ในช่วงเช้าของวันที่ 18 เมษายน 2569 อบอวลไปด้วยเสียงดุอาร์ (ขอพร) และคราบน้ำตาแห่งความปิติ เมื่อพี่น้องมุสลิมกว่า 300 ชีวิต ในชุดเอี๊ยะห์รอมสีขาวสะอาดตา เตรียมออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ภายใต้ “เที่ยวบินปฐมฤกษ์” รหัส SV3647 ของสายการบินซาอุเดีย (SAUDIA)
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางแสวงบุญครั้งสำคัญในชีวิต หรือ “ฮัจญ์ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447” ซึ่งในปีนี้มีนัยสำคัญมากกว่าแค่เรื่องของศาสนา แต่คือบททดสอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับชุมชนท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิอากาศโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ในปี ฮ.ศ. 1447 นี้ ประเทศไทยมีโควตาผู้แสวงบุญรวมทั้งสิ้น 7,037 คน โดยจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเดินทางยังคงอยู่ที่ภาคใต้ ข้อมูลสถิติระบุว่า ผู้แสวงบุญผ่านท่าอากาศยานหาดใหญ่ 4,668 คน (คิดเป็นร้อยละ 66 ของผู้แสวงบุญทั้งประเทศ) 13 เที่ยวบิน ช่วงเวลาเดินทางวันที่ 18–23 เมษายน 2569 และรอบเสริมวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สายการบินซาอุเดีย (SAUDIA) รับหน้าที่ขนส่งเพียงรายเดียว
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานในพิธีส่งผู้แสวงบุญ ได้ส่งสัญญาณสำคัญถึงความห่วงใยในสวัสดิภาพของผู้เดินทาง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “สภาพอากาศ”
"ปีนี้คาดการณ์ว่าอุณหภูมิในพื้นที่ประกอบพิธีจะสูงกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ทุ่งมีนา ซึ่งต้องใช้พละกำลังร่างกายอย่างมาก ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือการทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดรอยยิ้มและความสง่างามให้ชาวโลกได้เห็น" รมช.มหาดไทย ระบุ
คำกล่าวนี้สะท้อนถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ผู้แสวงบุญชาวไทย ไม่เพียงแต่ไปปฏิบัติศาสนกิจ แต่ยังเป็นตัวแทนในการสร้าง Soft Power และขอพร (ดุอาร์) ให้เกิดสันติสุขและความสามัคคีกลับคืนสู่มาตุภูมิ
ด้าน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งถือเป็น "หน่วยงานหลัก" ในการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนใต้ ได้ลงพื้นที่ร่วมส่งผู้แสวงบุญพร้อมระบุว่า ศอ.บต. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อให้การปฏิบัติศาสนกิจครั้งนี้ "สมบูรณ์และราบรื่น" ที่สุด
"การเห็นความสุขของพี่น้องประชาชนในวันนี้คือหัวใจสำคัญ ศอ.บต. พร้อมสนับสนุนในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องการเดินทาง แต่คือการสร้างขวัญกำลังใจและสะท้อนความห่วงใยจากรัฐถึงประชาชน เพื่อให้ทุกท่านนำสิ่งดีงามกลับมาพัฒนาครอบครัวและสังคมให้เกิดความยั่งยืน" เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ทั้ง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา สิ่งที่น่าสนใจคือระบบการจัดการหน้างานที่ดูเป็นระเบียบมากขึ้น
ยังสังเกตเห็นการบูรณาการด้านสาธารณสุขและการตรวจคนเข้าเมืองที่มีความรวดเร็ว เพื่อรองรับผู้แสวงบุญส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นเมื่อเครื่องบินแตะรันเวย์ที่สนามบินมาดีนะห์หรือเจดดาห์ ซึ่งระบบการดูแลของ "แซะห์" (ผู้ประกอบการฮัจญ์) และเจ้าหน้าที่ประสานงานของไทยในซาอุดีอาระเบีย จะต้องทำงานสอดรับกันอย่างเหนียวแน่น
การส่งผู้แสวงบุญในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ แต่คือการบริหารจัดการความเชื่อและความศรัทธาให้เป็นเนื้อเดียวกับการบริหารรัฐกิจ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ความเปราะบางยังมีอยู่สูง การที่ภาครัฐเข้ามาอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลังเช่นนี้ จึงเปรียบเสมือนการ "ซื้อใจ" และสร้าง "สะพานเชื่อมความสัมพันธ์" ที่มีประสิทธิภาพที่สุด
เมื่อเครื่องบินเที่ยวบิน SV3647 ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สิ่งที่ติดตามไปไม่ใช่แค่ผู้แสวงบุญ 300 คน แต่คือความหวังของคนในพื้นที่ว่า "ฮัจญ์ที่มับรูร" (ฮัจญ์ที่ได้รับตอบรับจากพระผู้เป็นเจ้า) จะนำพาความสงบสุขกลับมาสู่ปลายด้ามขวานไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าวล่าสุด